posttoday
ขีดความสามารถรั้งท้ายฉุดประเทศไทยถอยหลัง

ขีดความสามารถรั้งท้ายฉุดประเทศไทยถอยหลัง

04 เมษายน 2557

เมื่อพูดถึงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย หลายฝ่ายได้แต่ทำใจ เพราะนอกจากไม่เดินหน้าแล้ว

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

เมื่อพูดถึงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย หลายฝ่ายได้แต่ทำใจ เพราะนอกจากไม่เดินหน้าแล้ว ยังมีแนวโน้มถอยหลังเป็นตัวบั่นทอนการขยายตัวเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาวอีกด้วย

หากไปดูการจัดอันดับของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม (WEF) รายงานการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ล่าสุดประจำปี 2013-2014 จาก 148 ประเทศ จะเห็นว่าไทยติดอันดับ 37 ดีขึ้น 1 อันดับ มองผ่านๆ ก็บอกว่าดีขึ้น แต่เมื่อดูลงลึกจะพบว่าเป็นพัฒนาการที่แย่ที่สุดในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน

เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะการทำอันดับที่ดีขึ้นได้น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอินโดนีเซียขยับขึ้นถึง 12 อันดับ ขึ้นมาอยู่อันดับ 38 ประเทศฟิลิปปินส์ปรับดีขึ้น 6 อันดับ อยู่ที่อันดับ 59 ประเทศเวียดนามปรับตัวดีขึ้น 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 70 แม้ว่าทั้งหมดจะอันดับสู้ไทยไม่ได้ แต่การพัฒนาต้องบอกว่าเร็วและแรงกว่าไทยมาก หากเป็นเช่นนี้ไม่กี่ปีก็จะสามารถแซงไทยได้อย่างไม่ยากเย็น

ขณะที่ประเทศมาเลเซียขยับขึ้น 1 อันดับเท่ากับไทย แต่อันดับขีดความสามารถสูงกว่าไทยอยู่ที่ 24 ดีกว่าไทย ส่วนประเทศสิงคโปร์อยู่อันดับ 2 ทิ้งห่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านไปหลายช่วงตัว

ปัญหาการพัฒนาขีดความสามารถของไทยยังมาจากผู้บริหารประเทศไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจัง การศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ การทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ การไม่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การทำนโยบายประชานิยมที่หวังแต่คะแนนเสียงทางการเมือง ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจการเมือง ระบุว่า ขีดความสามารถการแข่งขันไทยอยู่ในขั้นวิกฤต เพราะตัวชี้วัดหลายตัวชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

เริ่มตั้งแต่ระบบการศึกษาของไทยที่เป็นหัวใจของการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน ปรากฏว่าการศึกษาของไทยอยู่อันดับที่ 8 ในประเทศอาเซียน อยู่เหนือแค่ประเทศลาวและพม่าเท่านั้น ซึ่งก็ชี้ให้เห็นว่าการจะยกขีดความสามารถการแข่งขันของไทยทำได้ยาก

ดัชนีที่ชี้ให้เห็นขีดความสามารถการแข่งขันไทยมีปัญหา คือ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ต่อปี ต่ำที่สุดในอาเซียน อยู่เหนือประเทศบรูไน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมีปัญหาเพราะขีดความสามารถของประเทศที่ลดลง

เมื่อไปดูด้านการส่งออกที่เป็นสัดส่วนของเศรษฐกิจไทยถึง 80% ของจีดีพี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาขยายตัวเฉลี่ยได้ 67% ต่อปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับ 1020 ปีก่อนหน้านั้น การส่งออกของไทยขยายตัวได้ถึง 20% แสดงให้เห็นว่าขีดความสามารถของประเทศถดถอยลงอย่างมาก การส่งออกของไทยเริ่มที่จะสู้ประเทศอาเซียนด้วยกันเองไม่ได้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้การส่งออกของไทยลดลงอย่างมาก เพราะการผลิตสินค้าของไทยยังเน้นสินค้าใช้แรงงานและทรัพยากร ซึ่งมีต้นทุนต่ำ แต่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเริ่มแข่งขันไม่ได้ เพราะมีประเทศเกิดใหม่ทั้งในยุโรปและอาเซียน รวมถึงจีน มีการผลิตสินค้าราคาถูกได้ดีกว่าไทย ทำให้ตลาดการส่งออกของไทยในส่วนนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังปรับตัวช้าจากการมีเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ทำให้ 10 ประเทศในอาเซียนขายสินค้าไม่มีกำแพงภาษี ไม่มีโควตาในการขายสินค้า ทำให้ประเทศคู่แข่งของไทยย้ายฐานการผลิตในประเทศที่มีแรงงานฝีมือดีแต่ราคาถูกกว่าไทย ส่งสินค้ามาขายในประเทศและส่งออกไปขายต่างประเทศได้ดีกว่าไทย ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะขายในประเทศหรือส่งออกก็สู้คู่แข่งไม่ได้

ขณะเดียวกัน การพัฒนาของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ประเทศสหรัฐและยุโรปที่เป็นตลาดส่งออกสินค้าสำคัญของไทยต้องการสินค้าที่มีการพัฒนาคุณภาพสูงมากขึ้น เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม แต่การผลิตสินค้าของไทยยังจมอยู่กับที่ ทำให้ต้องเสียตลาดนี้ไปให้กับประเทศคู่แข่งจำนวนมาก ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปสหรัฐและยุโรปแย่ถึงขนาดขยายตัวติดลบ ส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหาต่อเนื่องมากจากการศึกษาที่เน้นปริมาณ ไม่ได้เน้นเรื่องคุณภาพ ทำให้บุคลากรของไทยไม่สามารถคิดผลิตสินค้าอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาแข่งกับประเทศอื่นได้

ด้านผู้ประกอบการของไทยก็มีปัญหาไม่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้า ทำให้สินค้าส่งออกของไทยสู้ประเทศอื่นไม่ได้ จะเห็นว่าผู้ประกอบการของไทยจำนวนมากไม่มีงบกันไว้เพื่อการพัฒนาวิจัยสินค้าเลย เทียบกับประเทศยุโรปหรือสหรัฐมีการให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาวิจัยสินค้าในอัตราที่สูง

ปัญหาการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยยังมาจากนโยบายภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาระบบขนส่งของไทยที่เป็นต้นทุนสูงในการผลิตสินค้าส่งออกของไทย ส่งผลให้สินค้าของไทยสู้ประเทศคู่แข่งไม่ได้ แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลหลายรัฐบาลจะพูดถึงการสร้างรถไฟรางคู่เพื่อการขนส่งสินค้า เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งทางรถยนต์บนถนน แต่การดำเนินการรถไฟรางคู่ก็แทบไม่มีความคืบหน้าเลยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

สมชาย ยังระบุว่า เสถียรภาพทางการเมืองก็เป็นอีกปัญหาที่ฉุดรั้งการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทย การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง ทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้การยกขีดความสามารถการแข่งขันของไทยเป็นไปอย่างเชื่องช้า และในบางช่วงแทบจะหยุดนิ่ง

การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยจึงเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายของเศรษฐกิจไทยในระยะกลางและยาว ด่านแรกที่จะทดสอบขีดความสามารถการแข่งขันของไทย คือ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่ไทยจากประเทศที่เคยนำหน้าอาจจะต้องเป็นประเทศเดินตามหลังก็ได้ เพราะเหลืออีกไม่ถึง 2 ปี แต่ประเทศยังไม่มีเจ้าภาพเป็นเรื่องเป็นราวที่จะพาไทยลุยเออีซีอย่างเป็นชิ้นเป็นอันที่ผ่านมาได้ แต่ต่างฝ่ายต่างทำกันไป และเอกชนส่วนใหญ่ก็เตรียมตัวด้วยตัวเอง เพราะรอพึ่งภาครัฐไม่ได้

ยิ่งในภาวะปัจจุบัน การเมืองมีปัญหายืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ทำให้รัฐบาลไม่มีเวลาที่จะมาสนใจเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพราะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่แก้ปัญหาทางการเมือง รักษาอำนาจของรัฐบาลไว้ให้นานที่สุด

ที่แย่ไปกว่านั้น ตอนที่เป็นรัฐบาล 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีเวลาแต่ก็ไม่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยังออกนโยบายหลายอย่างเป็นการบั่นทอนขีดความสามารถการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถคันแรกและโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นเรื่องน่าเสียดาย

หรือแม้แต่โครงการลงทุนด้านคมนาคม 2 ล้านล้านบาท ที่เป็นโครงการที่ดีในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ แต่เจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของรัฐบาลต้องการกินรวบทางเศรษฐกิจไปออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อหนีการตรวจและผูกขาดใช้เงินนอกงบประมาณ ส่งผลให้การออกกฎหมายไม่ชอบและโครงการ 2 ล้านล้านบาท ก็ต้องแท้งล่าช้าออกไปอีก ทำให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยฉุดไม่ขึ้น เศรษฐกิจไทยก็ยังต้องอยู่ภาวะถอยหลังต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์