
ญี่ปุ่นปรับลดความน่าเชื่อถือประเทศเป็นลบปัจจัยหลักการเมืองวุ่นเตรียมหั่นเรตติ้งซ้ำ
การเมืองต้นเหตุญี่ปุ่นหั่นเครดิตประเทศไทยเป็นลบ เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
การเมืองต้นเหตุญี่ปุ่นหั่นเครดิตประเทศไทยเป็นลบ เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า บริษัท เจแปน เครดิต เรตติ้ง เอเจนซี่(เจซีอาร์) ได้ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็นลบ (Negative Outlook) แต่ยังคงยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ A และอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทที่ระดับ A
สำหรับเหตุผลที่ประเทศไทยถูกลดมุมมองเลวร้ายลง เป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อลากยาวมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2556 ทำให้การบริโภคการลงทุนหดตัวรุนแรง จนทำให้อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงลดลงมาอยู่ที่ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมจีดีพีปี 2556 ขยายตัวได้เพียง 2.9% หดตัวลงมากเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่ขยายตัวได้ 6.5%
นอกจากนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้ออาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต และอาจทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ เกิดการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศอันเป็นผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐลดปริมาณการซื้อสินทรัพย์ลงส่งผลให้ดุลการชำระเงินขาดดุลได้ ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้สภาพคล่องที่เป็นเงินตราต่างประเทศอ่อนแอลงประกอบกับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้าออกไป เนื่องจากผลกระทบของวิกฤตการณ์ทางการเมือง
ปัจจัยดังกล่าวทำให้เจซีอาร์ตัดสินใจปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือจากที่มีเสถียรภาพมาเป็นลบ และจะเฝ้าติดตามพัฒนาการในอนาคตทางการเมือง รวมทั้งผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ และจะดำเนินการเกี่ยวกับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยตามความเหมาะสมต่อไป
อย่างไรก็ดี จากระบบธนาคารที่ยังมีเสถียรภาพ และดุลภาคต่างประเทศที่เข้มแข็ง ทำให้ประเทศไทยแทบไม่มีโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่วิกฤตการณ์ทางการเงินหรือสภาพคล่องที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
ด้าน นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า โอกาสที่จีดีพีปีนี้จะโตตามคาดหรือต่ำกว่าที่ ธปท.ประเมินไว้ 2.7% สถานการณ์ทางเศรษฐกิจถึงจะชะลอ แต่มีพื้นฐานดีพร้อมจะฟื้นกลับมาได้เร็วหากการเมืองสงบ







