ชาวสตึกหนีแล้งย้ายไปทำงานต่างถิ่น
บุรีรัมย์-ชาวสตึกหนีแล้งหน้ามูลแห้งขอดทิ้งอาชีพเลี้ยงปลากระชังอพยพทำงานที่อื่นแทน
บุรีรัมย์-ชาวสตึกหนีแล้งหน้ามูลแห้งขอดทิ้งอาชีพเลี้ยงปลากระชังอพยพทำงานที่อื่นแทน
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.สถานการณ์วิกฤตภัยแล้งที่จ.บุรีรัมย์ ยังคงขยายเป็นวงกว้างต่อเนื่องโดยเฉพาะน้ำในลำน้ำมูลมีสภาพแห้งขอดจนมองเห็นสันดอนทรายโผล่อยู่ในขั้นวิกฤตในรอบหลายปี ส่งผลกระทบหนักกับผู้เลี้ยงปลาในกระชังในเขตพื้นที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก กว่า 50 ราย ต้องชะลอและเลิกเลี้ยงปล่อยอุปกรณ์และที่พักอาศัยที่ปลูกสร้างไว้ตามริมลำน้ำมูลทิ้งร้างอพยพเคลื่อนย้ายไปทำงานก่อสร้าง และรับจ้างทั่วไปยังต่างจังหวัดเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวและหาเงินมาชำระหนี้สินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)ที่กู้ยืมมาลงทุนมาเลี้ยงปลารายละหลายแสนบาท จากทุกปีที่ผ่านมาเกษตรกรสามารถเลี้ยงปลาได้ปีละ 3 ครั้ง ตลอดทั้งปีมีรายได้นับแสนบาท แต่ปีนี้เกษตรกรเลี้ยงปลาได้เพียงครั้งเดียวเพราะปัญหาภัยแล้งน้ำมูลเน่าเสีย แห้งขอด ตื้นเขิน เกษตรกรไม่สามารถเลี้ยงปลาได้ทำให้ขาดรายได้ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานเพื่อความอยู่รอด
นายสมโภชน์ สกุลทอง ผู้ใหญ่บ้านบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก กล่าวว่า ใน 2 - 3 ปีที่ผ่านมาน้ำมูลได้แห้งวิกฤตจนส่งผลกระทบกับผู้เลี้ยงปลาในกระชังของบ้านท่าเรือกว่า 50 ราย ต้องทยอยเลิกเลี้ยงหันไปประกอบอาชีพอื่นแทนทำงานก่อสร้างและรับจ้างทั่วไปยังต่างจังหวัด เพื่อหาเงินมาชำระหนี้สินและใช้จ่ายในครัวเรือน ที่ผ่านมาได้ร้องขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือทำฝายและเขื่อนยางเพื่อกักเก็บน้ำให้ผู้มีอาชีพเลี้ยงในกระชังสามารถเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปีแต่ก็เงียบหายจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือหากไม่เร่งดำเนินการเชื่อว่าอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังก็จะเลือนหายไปจากวิถีชีวิตคนในหมู่บ้านในที่สุด







