
ยุทธศาสตร์พลังงาน
หนึ่งในประเด็นสำคัญในวิกฤตยูเครนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็คือ ยุโรป ควรจะต้องกลับมาพิจารณายุทธศาสตร์พลังงานของภูมิภาคใหม่ ว่าจะอยู่ในสถานะของ “ผู้พึ่งพา” ก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปได้ตลอดหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
หนึ่งในประเด็นสำคัญในวิกฤตยูเครนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็คือ ยุโรป ควรจะต้องกลับมาพิจารณายุทธศาสตร์พลังงานของภูมิภาคใหม่ ว่าจะอยู่ในสถานะของ “ผู้พึ่งพา” ก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปได้ตลอดหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะชาติอุตสาหกรรมหนักทั้งหลาย อย่างเช่น เยอรมนี ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มยูโรโซนที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุดถึง 35% ของพลังงานทั้งหมด
ที่ผ่านมาต้องบอกว่ายุโรปเป็นภูมิภาคที่พยายามเสาะหาความมั่นคงทางพลังงานมาโดยตลอด และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือการใช้พลังงานนิวเคลียร์ อย่างเช่น ฝรั่งเศสที่ถือเป็นชาติที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดของยุโรป โดยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด
แต่กระนั้น ชาติอื่นๆ ก็พยายามที่จะลดการใช้พลังงานนิวเคลียร์กัน อย่างเช่น เยอรมนี เป็นต้น จึงได้มีการพัฒนาพลังงานในรูปแบบอื่นเข้ามาแทนที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานหมุนเวียน
ชาติยุโรปหลายชาติถือว่าเป็นผู้นำโลกในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนครับ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานจากสิ่งปฏิกูล พลังงานจากลม และอื่นๆ แต่กระนั้นอุปสรรคสำคัญของพลังงานเหล่านี้ก็คือมีราคาแพงและไม่สามารถผลิตพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง อย่างในเยอรมนี รัฐบาลต้องให้การอุดหนุนเป็นปริมาณมหาศาลในแต่ละปีกับการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเหล่านั้นครับ
นั่นคือปัญหาหลักของยุโรปในวันนี้ ขณะที่พลังงานนิวเคลียร์นั้นก็เริ่มถูกต่อต้านมากยิ่งขึ้น ส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนก็มีราคาแพงเกินไป ขณะที่การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ (โดยรัสเซีย) นั้นก็กำลังทำให้ความมั่นคงทางพลังงานของยุโรปตกอยู่ภายใต้การกำหนดทิศทางของรัสเซียไป เป็นปัญหาสำคัญที่ยุโรปในวันนี้ต้องกลับมาพิจารณาปัญหานี้กันครั้งใหญ่ครับ
จะว่าไป ตัวอย่างกรณีข้อพิพาทระหว่างรัสเซียและยุโรปนั้นน่าจะเป็นบทเรียนให้บ้านเราได้ศึกษากัน เพราะกี่ครั้งๆ เมื่อเกิดปัญหาข้อพิพาทขึ้น รัสเซียก็ใช้ความได้เปรียบเรื่องก๊าซธรรมชาติเป็นเครื่องมือต่อรอง กดดัน ยุโรปอยู่เสมอ
ส่วนไทยแลนด์ ประเทศที่ประชาชนอยากจะนั่งรถไฟความเร็วสูงใจจะขาดที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลนั้น อีก 10 ปีข้างหน้าเราจะอยู่ในภาวะขาดแคลนพลังงานอย่างหนัก เราปฏิเสธโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เราไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และขณะนี้เรายังไม่มีทางออก
ทุกวันนี้ต้องบอกว่าความมั่นคงทางพลังงานของเรานั้นหมิ่นเหม่เสียเหลือเกินครับ เพราะอธิปไตยด้านพลังงานของเรานั้นไปตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพม่า (ก๊าซธรรมชาติ) และลาว (ไฟฟ้าจากเขื่อน) ไปแล้ว ซึ่งถือว่าเสี่ยงอย่างยิ่งครับ







