
อ่างขาง
ผมเพิ่งกลับจากดอยอ่างขางไปกับทัวร์ที่ค่อนข้างจะไฮโซ เรียกว่ากูร์เมต์ทัวร์ของมูลนิธิโครงการหลวง จุดเด่นอยู่ที่อาหารเย็น 2 มื้อ ซึ่งจัดที่สโมสรอ่างขาง โดยมีทีมเชฟจากโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลในกรุงเทพฯ เป็นผู้ปรุงให้รับประทาน
ผมเพิ่งกลับจากดอยอ่างขางไปกับทัวร์ที่ค่อนข้างจะไฮโซ เรียกว่ากูร์เมต์ทัวร์ของมูลนิธิโครงการหลวง จุดเด่นอยู่ที่อาหารเย็น 2 มื้อ ซึ่งจัดที่สโมสรอ่างขาง โดยมีทีมเชฟจากโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลในกรุงเทพฯ เป็นผู้ปรุงให้รับประทาน
สำหรับอาหารมื้ออื่นๆ แม้จะไม่หรูหราเท่า แต่ก็เน้นวัตถุดิบสดๆ ตามฤดูกาล ซึ่งเป็นผลผลิตของมูลนิธิโครงการหลวง ทำให้ทุกคนซาบซึ้งกับความเอร็ดอร่อยที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในกรุงเทพฯ
กิจกรรมอื่นๆ นอกจากการเที่ยวชมสวนชมธรรมชาติและเดินป่าแล้ว ยังรวมถึงการไปเยี่ยมชมหมู่บ้านนอแลของชาวเขาเผ่าปะเหลาะที่อยู่ติดชายแดนพม่า ตลอดจนร่วมทำบุญที่วัดประจำหมู่บ้าน
อากาศบนดอยอ่างขางดีมาก ช่วงที่เราไปที่ตัวเมืองเชียงใหม่ร้อนจัด แต่พอขึ้นไปบนดอยกลับเย็นสบายทั้งกลางวัน กลางคืน
สำหรับคนที่อยากสัมผัสอากาศหนาวจัด หากเลือกไปช่วงกลางฤดูหนาวก็อาจได้เจอทั้งแม่คะนิ้งและอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
ผู้ร่วมคณะทัวร์หลายคนไม่ใช่เพิ่งไปเป็นครั้งแรก แต่เป็นประเภทไปซ้ำ บางคนซ้ำหลายหน ตัวผมเองได้อานิสงส์จากการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการของ พ.ต.ท.นิรันดร ศิริวรรณ ซึ่งไปกับทัวร์นี้ทุกปีติดต่อกันเป็นปีที่ 10
ผมอยากเชิญชวนท่านผู้อ่านที่ยังไม่เคยไปดอยอ่างขางและที่ยังไม่เคยไปกับทัวร์ของมูลนิธิโครงการหลวงให้ลองไปเที่ยวดู ราคาทัวร์ไม่แพงเลย เมื่อเปรียบกับคุณภาพของบริการที่ได้รับ
แต่ขอเตือนว่าต้องวางแผนล่วงหน้าและจองแต่เนิ่นๆ เพราะจำนวนที่มีจำกัดมาก หากยังไม่ทราบจะติดต่อกับใครก็ให้ติดต่อคุณพรนันทน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา (คุณก้อย) หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และท่องเที่ยว มูลนิธิโครงการหลวง สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 053-810-7658
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมเขียนเรื่องนี้ในวันนี้ คืออยากเสนอมุมมองที่กว้างขึ้น เพื่อให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา
แต่ก่อนอื่นต้องบอกว่า มูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทำคุณประโยชน์นานัปการให้กับท้องที่และชุมชน
ก่อนหน้านี้ พื้นที่นี้เคยเป็นป่าเสื่อมโทรม ปราศจากต้นไม้ใหญ่ ชาวบ้านและชาวเขาในละแวกนี้ยังชีพด้วยการทำไร่เลื่อนลอย พืชผลหลักคือฝิ่น
มูลนิธิโครงการหลวงได้ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง โดยใช้เมเปิลกับกระถินดอยเป็นไม้ยืนต้นหลักในการปลูกป่า ทำให้จำนวนสายพันธุ์ของสัตว์ปีกและแมลงที่เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว น่าเสียดายที่ไม่ใคร่มีสัตว์บก เพราะถูกถนนหนทางและความเจริญผลักดันให้ถอยร่นเข้าไปในป่าลึกยิ่งขึ้น
โครงการหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งรวมทั้งดอยอ่างขางด้วย ได้กลายเป็นที่เพาะพันธุ์พืชและสัตว์น้ำนับพันชนิด หลายอย่างมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสูง เช่น ลูกพีช ถั่วแมคคาเดเมีย ปลาเทราต์ และกุ้งแดง เป็นต้น
ชาวบ้านและชาวเขาสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพและช่วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาการปลูกฝิ่นอีกต่อไป
เรื่องที่ผมอยากเสนอให้พิจารณามี 2 เรื่องใหญ่ๆ ดังนี้
เรื่องแรก ในส่วนที่เกี่ยวกับผลผลิต ผมอยากเห็นการต่อยอดความสำเร็จ ด้านหนึ่งเพื่อยกระดับรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน อีกด้านหนึ่งเพื่อเพิ่มพูนรายได้ของมูลนิธิเอง จะได้ลดการพึ่งพางบประมาณค่าใช้จ่ายจากส่วนกลาง
ผลผลิตของมูลนิธิโครงการหลวงหลายๆ อย่างที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ ราคาไม่ได้ถูกกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่นำเข้าจากต่างประเทศแต่ประการใด บ่อยครั้งที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้านำเข้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันในราคาต่ำกว่าด้วยซ้ำไป
แต่ที่ทำให้รายได้จากผลผลิตเหล่านี้ยังไม่สูงมาก ผมเข้าใจว่าเนื่องจากผลิตได้จำกัดประการหนึ่ง และตลาดยังไม่กว้างพออีกประการหนึ่ง
ที่ผมอยากแนะนำคือ ให้ขยายพื้นที่ผลิต และให้ศึกษาหาวิธีลดต้นทุนกับเพิ่มผลผลิตอย่างจริงจัง จนสามารถลดราคาขายปลีกและตีตลาดสินค้านำเข้า นอกจากนี้ ยังอาจประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย เพื่อขยายฐานจำนวนผู้บริโภคให้กว้างขวางขึ้น
ผมขอยกตัวอย่างเป็นคณิตศาสตร์ง่ายๆ เช่น ลดราคาลงครึ่งหนึ่ง แต่ผลิตและขายเพิ่มได้สิบเท่า เพียงแค่นี้รายได้ก็เพิ่มขึ้น 5 เท่า เป็นต้น
จะทำแบบนี้ให้ได้ผลอาจต้องมีเรื่องความสามารถในการบริหารจัดการเข้ามาช่วย ซึ่งหากหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังไม่มีประสบการณ์เพียงพอก็อาจทำโครงการร่วมกับบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจด้านอาหารของไทยไม่เป็นรองใคร
เรื่องที่สอง การท่องเที่ยว ผมสังเกตจากประสบการณ์ 3 วันที่อ่างขางว่า จำนวนนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในฤดูกาล เข้าฤดูฝนเมื่อไรจำนวนจะยิ่งลดลง
หลายคนอาจรู้สึกว่าเพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจำกัดจำนวนและคุณภาพของนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว
แต่ผลพวงที่ตามมาคือ รายได้จากการท่องเที่ยวนอกจากจะไม่สามารถเป็นเครื่องมือในการยกระดับรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนให้หลุดพ้นจากความยากจนได้โดยเด็ดขาดแล้ว ยังไม่เพียงพอสำหรับรายจ่ายประจำของมูลนิธิอีกด้วย
ผมประเมินคร่าวๆ ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาอ่างขางในแต่ละปีน่าจะมีเพียงหลักหมื่นเท่านั้น
ผมเคยไปแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่นที่เยลโลสโตนของสหรัฐ เขารับนักท่องเที่ยวได้ปีละนับล้านคน ทั้งๆ ที่เปิดให้บริการเต็มที่ปีละไม่กี่เดือนในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
เขาทำได้โดยที่สามารถควบคุมผลกระทบที่เกิดกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในวงจำกัด
ผมอยากให้เราเรียนรู้วิธีบริหารจัดการและประสบการณ์ของเขา เพื่อนำมาปรับใช้กับของเราบ้าง เผื่อจะสามารถเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวได้อีกหลายเท่าตัว โดยที่ยังเข้มงวดในเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ให้ยิ่งหย่อนกว่าเดิม
ผมอยากเห็นจำนวนห้องพักโรงแรมประเภทที่กลมกลืนกับธรรมชาติมีมากขึ้น อยากเห็นการประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินทางจากตัวเมืองและสนามบินเชียงใหม่มีความคล่องตัวและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อยากเห็นการขยายพื้นที่สวนดอกไม้และปลูกต้นซากุระเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะได้มีกิจกรรมประเภทเทศกาลดอกไม้เมืองหนาวหรือเทศกาลดอกซากุระบาน อยากเห็นการเพิ่มจำนวนเส้นทางเดินป่า รวมทั้งเส้นทางประเภทขึ้นไปยอดดอยเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก เป็นต้น
อ่างขางยังมีของดีๆ อีกมาก รวมทั้งหิ่งห้อยที่ส่งแสงระยิบระยับยามค่ำคืน หลายอย่างสามารถใช้ในการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ตัวผมเองก็ตั้งใจจะกลับไปอีกปีหน้า







