posttoday
แลระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่น

แลระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่น

01 เมษายน 2557

ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เป็นผู้รับทุนเข้ารับการฝึกอบรมของไจก้า และประทับใจมาก

ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เป็นผู้รับทุนเข้ารับการฝึกอบรมของไจก้า และประทับใจมาก

ประการแรก ไจก้าจัดการฝึกอบรมอย่างเป็น “กิจลักษณะ” มิใช่เป็นแบบการไป “ทัศนศึกษา” โดยมากของเราที่มีการศึกษาดูงานช่วงสั้นๆ นอกนั้นเป็นการไปเที่ยวและช็อปปิ้งเป็นหลัก ตลอดช่วง 5 วันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เป็นการบรรยายและดูงาน 3 วันครึ่ง ที่เหลือเป็นการ “ชี้แจงด้านธุรการ” ครึ่งวัน วันสุดท้ายช่วงครึ่งวันให้ทั้งสองกลุ่มเตรียมการสรุปและนำเสนอ ช่วงบ่ายเป็นการประชุมนำเสนอและสรุปโดยมีตัวแทน ผู้เกี่ยวข้องในญี่ปุ่นมาร่วมรับฟัง และอภิปรายซักถาม โดยมีการจัดประชุมทางไกล (Teleconference) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในสำนักงานของไจก้าในกรุงเทพฯ ด้วย

หลังจากตัวแทนฝ่ายคณะดูงานของเราซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม นำเสนอเสร็จ ฝ่ายญี่ปุ่นจะซักถามและอภิปรายอย่างตั้งใจ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและเกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง

ตลอดช่วงการศึกษาดูงาน ฝ่ายญี่ปุ่นให้ความเอาใจใส่ ดูแล “แขก” อย่างดียิ่ง ตั้งแต่ที่สนามบินนาริตะ มีเจ้าหน้าที่สูงอายุจากไจก้าไปต้อนรับ มีการเช็กชื่อพวกเรา 23 รอบ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตกหล่น คณะของพวกเราซึ่งแบ่งเป็นสองกลุ่มมี “ผู้ประสานงาน” กลุ่มละ 2 คนมาเป็นผู้ติดต่อดูแลและเป็นล่ามให้ โดยมีการแสดง “เอกลักษณ์” สำคัญของญี่ปุ่น คือ ตรงต่อเวลา มีการนัดหมายล่วงหน้าประมาณ 10 นาที น่าชื่นชมคณะดูงานของพวกเรา ซึ่งกว่าครึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หลายคนมีตำแหน่งหน้าที่ระดับสูง หลายคนมีอายุมากแล้ว แต่ทุกคนรักษาเวลาและเอาใจใส่ในการศึกษาดูงานอย่างดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงและระดับกลางของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เชื่อว่าทุกคนให้ความร่วมมือและเอาใจใส่อย่างดี ส่วนหนึ่งเพราะความเอางานเอาการ และความเป็น “มืออาชีพ” ของฝ่ายไจก้านั่นเอง

ทุกแห่งที่พวกเราไปดูงาน ฝ่ายเจ้าของสถานที่จะมาต้อนรับตั้งแต่บริเวณทางเข้า และคอยอำนวยความสะดวกจนกระทั่งกลับ ที่โรงพยาบาลที่คิมิตสึ ช่วงอาหารกลางวัน มีผู้มาสาธิตการทำม้วนข้าวปั้นซึ่งหน้าตัดเป็นรูปตัวแร็กคูน สัญลักษณ์ของเมืองให้ดูเป็นที่ประทับใจของพวกเราทุกคน

ประการที่สอง นอกจากเนื้อหาสาระและงานธุรการต่างๆ แล้ว ช่วงปฐมนิเทศมีการชี้แจงเรื่องต่างๆ 5 เรื่อง คือ 1.การทำบัตรประกันสุขภาพให้ตลอดช่วงที่อยู่ในญี่ปุ่น 2.ข้อควรระวังเรื่อง “การลวนลามทางเพศ” (Sexual Harassment) 3.เรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิส่วนบุคคล 4.เรื่องปัญหาความเครียดที่อาจเกิดขึ้น 5.เรื่องค่าใช้จ่ายที่ทางไจก้าจ่ายให้ ซึ่งมีการชี้แจงชัดเจนว่าหักเป็นค่าอาหารเช้าและอาหารกลางวันเท่าใด เหลือเท่าใด อย่างชัดเจน

เพื่อป้องกันปัญหากรณีเจ็บป่วยและต้องรับการรักษาในสถานพยาบาล ไจก้าจึงทำบัตรประกันสุขภาพให้แก่พวกเราทุกคนพร้อมชี้แจงวิธีการใช้สิทธิดังกล่าว นับเป็นการดูแลเอาใจใส่อย่างดีแม้พวกเราจะเข้าไปรับการฝึกอบรมระยะสั้นๆ เท่านั้น เป็นการแสดงความไม่ประมาทอย่างแท้จริง

มีเรื่องปรากฏในพระพุทธประวัติว่า พระพุทธองค์ทรงถามพระอานนท์ว่าคิดถึงความตายวันละกี่ครั้ง พระอานนท์ตอบว่า 7 ครั้ง พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่า อานนท์เธอต้องคิดถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก

เรื่องที่พวกเราทุกคนสนใจมากคือ เรื่องเกี่ยวกับ “การลวนลามทางเพศ” โดยมีการแจกเอกสารและแนะนำให้ทุกคนทราบ เพื่อระมัดระวังมิให้เกิดปัญหา เรื่องดังกล่าวคนไทยโดยมากยังรับรู้หรือให้ความสำคัญกันน้อย เพราะเรายังมี “สิ่งหลงเหลือ” จากลักษณะสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่อยู่มาก ขณะที่ญี่ปุ่นสังคมดั้งเดิม ผู้ชายเป็นใหญ่ “ยิ่งกว่า” แต่บัดนี้ผู้หญิงญี่ปุ่นได้ลุกขึ้นแล้ว กฎหมายญี่ปุ่นที่กำหนดให้ผู้หญิงที่หย่าสามีมีสิทธิได้รับบำนาญของผู้ชายได้ครึ่งหนึ่ง ทำให้ผู้หญิงตัดสินใจ “ปลดปล่อย” ตัวเองเป็นอิสระจำนวนมากจนสถิติหย่าร้างพุ่งสูงขึ้นมาก และเกิดปรากฏการณ์ผู้ชายญี่ปุ่นออกมาขอโทษภรรยาต่อสาธารณะมากมาย

นิยามของการลวนลามทางเพศคือ “คำพูดหรือการกระทำใดๆ เกี่ยวกับทางเพศที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยตรงหรือไม่ หรือโดยตั้งใจหรือไม่ หากมีผู้รู้สึกไม่สบายใจ คำพูดหรือการกระทำนั้นก็อาจเข้าข่ายเป็นการลวนลามทางเพศ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ความรู้สึกของผู้อื่น มิใช่อยู่ที่ความตั้งใจของผู้พูดหรือผู้กระทำ” จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องระมัดระวัง โดยจะต้องตระหนักถึงภูมิหลังทางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน กฎหมายญี่ปุ่นห้ามลวนลามทางเพศ และไจก้าก็ไม่ยอมรับการกระทำการใดๆ ที่เข้าข่ายดังกล่าว ไจก้าจึงมีคำแนะนำเพื่อมิให้เกิดกรณีผู้ใดผู้หนึ่งอาจเป็นผู้กระทำหรือเป็นเหยื่อการลวนลามทางเพศ ดังนี้

กรณีรู้สึกว่าถูกลวนลามทางเพศ ให้บอกผู้กระทำให้หยุดกระทำทันที ถ้าไม่หยุด มีคำแนะนำ ดังนี้ 1.ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือผู้ประสานงานของไจก้าโดยตรง หรือหาคนไปเป็นเพื่อนในการแจ้งก็ได้ 2.ให้บันทึกว่าใครเป็นผู้ทำละเมิด ทำอะไร เมื่อไร ที่ไหน และอย่างไร ถ้ามีพยานรู้เห็นให้ขอให้ช่วยเป็นพยานด้วย 3.ถ้าเป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ไม่ควรนิ่งเฉย 4.ถ้าเห็นเหตุการณ์ให้เตือนผู้กระทำให้หยุด หรือแสดงตัวพร้อมเป็นพยานแก่ผู้ถูกกระทำหรือเป็นเพื่อนพาผู้กระทำแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ไจก้า 5.ถ้ามีผู้ถูกกระทำละเมิดมาบอก ขอให้ช่วยผู้ถูกกระทำ แต่จะกระทำอะไรต้องได้รับอนุญาตจากผู้ถูกกระทำก่อน 6.ถ้าผู้ถูกกระทำเป็นผู้รับทุนไจก้า ไจก้าจะรับฟังปัญหาอย่างดีที่สุด ให้คำแนะนำที่จำเป็น และดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมและโดยรวดเร็ว 7.ไจก้าจะดำเนินการสอบสวนเรื่องต่างๆ ทันที 8.ในกรณีผู้รับทุนไจก้าเป็นผู้กระทำละเมิด และตรวจสอบแล้วว่ากระทำจริง ไจก้าจะขอให้ยุติเป็นผู้รับทุนและให้กลับประเทศทันที และจะรายงานไปยังประเทศต้นสังกัดด้วย 9.กรณีที่ถูกตำรวจจับกุม ผู้กระทำละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของญี่ปุ่น และต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ถูกละเมิด

จะเห็นว่าเรื่องล่วงละเมิดทางเพศในญี่ปุ่นเป็นเรื่องใหญ่ และยังมีประเด็นที่จะต้องกล่าวถึงต่อไป

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย