
คำชี้แจง"ยิ่งลักษณ์"ถล่มปปช.เกินหน้าที่
ในที่สุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจเดินทางเข้าชี้แจงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ในที่สุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจเดินทางเข้าชี้แจงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ก่อนหน้านี้นายกฯ ได้ให้ทนายความนำเอกสารราว 3 กล่อง เดินทางล่วงมายัง ป.ป.ช.ก่อนแล้ว ขณะที่นายกฯ ใช้เวลาชี้แจงไม่ถึง 30 นาที จากนั้นได้เดินทางกลับทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเอกสารชี้แจงเฉพาะของนายกฯ ลงนามมีจำนวน 150 หน้า โดยขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มเติม 11 ปาก ได้แก่
1.พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ชี้แจงถึงการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.
2.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน 3.พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 4.พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
5.ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เนื่องจากชี้แจงการอภิปรายของฝ่ายค้าน
6.โอฬาร ไชยประวัติ ในฐานะผู้ร่วมออกนโยบายจำนำข้าว
7.นสพ.ชัย วัชรงค์ นักวิชาการอิสระ ซึ่งร่วมศึกษากลไกตลาดข้าว
8.วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
9.กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง
10.พิชัย ชุณหวชิร บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย
และ 11.นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ ตามลำดับ
ประเด็นชี้แจงข้อกล่าวหาโดยสรุปดังนี้ นายกฯ อ้างว่าไม่ได้กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
นายกฯ เปิดเผยว่า กระบวนการรับคำร้องและเริ่มคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ชอบด้วยกฎหมายและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ไต่สวนไม่มีอำนาจกล่าวหาเสียเองเพิ่มเติมจากคำร้องถอดถอน โดยอ้างว่าข้าพเจ้ากระทำความผิดไม่เข้มงวด แต่ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งๆ ที่ได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว แต่ไม่ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว
ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยกล่าวอ้าง วิชา มหาคุณ ที่ไปให้สัมภาษณ์ตามสื่อมวลชนในลักษณะเหน็บแนมนายกฯ ขอตายคาประชาธิปไตยและชี้นำว่ายิ่งลักษณ์กระทำผิด
“คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนโดยไม่เป็นธรรม รวบรัด รีบร้อน เร่งรีบ อย่างเป็นพิเศษ โดยมุ่งแต่จะเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาอย่างข้าพเจ้า โดยไม่รวบรวมพยานหลักฐานที่อาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้าพเจ้าที่ถูกกล่าวหา จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้ข้าพเจ้าได้รับความเสียหาย”
นอกจากนี้ ยิ่งลักษณ์ ยังระบุว่า ป.ป.ช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งตามข้อกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมจะต้องใช้บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 275 วรรค 4 เรื่อง “การตั้งผู้ไต่สวนอิสระ” มาแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว เพื่ออำนวยความยุติธรรม
“ตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามบทบัญญัติมาตรา 40 (4), (7) ประกอบมาตรา 3 วรรค 2 ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้มีความเหมาะสมอย่างเป็นธรรมและมีโอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ และเป็นไปโดยชอบด้วยหลักนิติธรรมเท่านั้น ความยุติธรรมจึงจะบังเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย”
ประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผย ภายหลังนายกฯ เข้าชี้แจงว่า นายกฯ ต้องการให้ ป.ป.ช.สอบพยานบุคคลเพิ่มอีก 11 ปาก และขอส่งเอกสารเพิ่มเติมจำนวนมาก ซึ่งในวันที่ 1 เม.ย. คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะประชุมพิจารณาว่าจะอนุญาตตามที่นายกฯ ร้องขอได้มากน้อยอย่างไรจะต้องดูไปตามกฎหมายว่าบุคคลและเอกสารที่กล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าวอย่างไร และมีความซับซ้อนหรือไม่ พยานบุคคลที่ร้องขอให้สอบเป็นใครและมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวข้องกฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องสอบ
“ป.ป.ช.แจ้งให้นายกฯ รับทราบว่า ป.ป.ช. ยินดีให้ความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา ไม่มีสีไม่มีพวก ขณะที่นายกฯ ก็ขอความเป็นธรรม ซึ่งก็เป็นบรรยากาศของความเข้าใจกันดี” ประสาท กล่าว







