posttoday
ศอ.รส.จี้ถวิลทราบข้อหากบฏ-ขวางเลือกตั้ง

ศอ.รส.จี้ถวิลทราบข้อหากบฏ-ขวางเลือกตั้ง

31 มีนาคม 2557

ศอ.รส. จี้ "ถวิล" มารับทราบข้อหาฐาน กบฏขวางเลือกตั้ง ยึดสถานที่ราชการ 2 เม.ย.นี้ พ่วง 5 อดีต สส.ประชาธิปัตย์

ศอ.รส. จี้ "ถวิล" มารับทราบข้อหาฐาน กบฏขวางเลือกตั้ง ยึดสถานที่ราชการ 2 เม.ย.นี้ พ่วง 5 อดีต สส.ประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) มีมติที่ประชุม ดังนี้ได้แนะนำให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษขยายระยะเวลาให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. รวม 58 ราย ที่ถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขัดขวางการเลือกตั้งและการบุกรุกสถานที่ราชการ ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและให้การต่อสู้คดีตามหมายเรียกภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเป็นการให้โอกาสผู้ต้องหาในอันที่จะแก้ข้อหา และที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้นั้น บัดนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 5 ราย ได้แก่  1.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ 2. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย 3. นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ 4. นายทศพล เพ็งส้ม และ 5. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ โดยจะเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้การต่อสู้คดี ในวันที่ 2 เม.ย.

ทั้งนี้ ศอ.รส. ขอแจ้งไปยังผู้ต้องหาที่เหลือให้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งรวมถึงนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ด้วย ทั้งนี้เพื่อพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว มิฉะนั้นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีความจำเป็นต้องดำเนินการส่งสำนวนการสอบสวนให้กับพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป สำหรับผู้ต้องหาที่ต้องการเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ขอให้ติดต่อพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ เลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

อีกทั้ง ศอ.รส. ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   คดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งอันเกิดจากการกระทำของแกนนำ กปปส. กับพวก เมื่อครั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีดังนี้ คดี กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 191 คดี   คดีที่เจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 180 คดี  รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 371 คดี  โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น 202 หมาย  ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว 231 คน  ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้ง ไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง 1,713 คน  

ศอ.รส. ขอเรียนว่า การขัดขวางการเลือกตั้งเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ รวมถึงการตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี  ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ศอ.รส.จะติดตามและกำชับการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยเคร่งครัด และป้องปรามมิให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีกในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตนี้

อนึ่ง จากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์อย่างไม่เป็นทางการอยู่ที่ประมาณ 18.7 ล้านคน เปรียบเทียบกับจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มีจำนวนประมาณ 20.5 ล้านคน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท