
แกะดำ
นับตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อต้นปีที่แล้วนั้น นโยบายของญี่ปุ่นต่อเพื่อนบ้านเอเชียนั้นก็เป็นไปในทิศทางที่แข็งกร้าวขึ้น โดยอาเบะได้ฟื้นนโยบายกู้ศักดิ์ศรีของญี่ปุ่นคืน ซึ่งเห็นชัดว่าญี่ปุ่นมีความแข็งกร้าวมากขึ้น โดยเฉพาะกับกรณีข้อพิพาททางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะกับจีนหรือเกาหลีใต้
นับตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อต้นปีที่แล้วนั้น นโยบายของญี่ปุ่นต่อเพื่อนบ้านเอเชียนั้นก็เป็นไปในทิศทางที่แข็งกร้าวขึ้น โดยอาเบะได้ฟื้นนโยบายกู้ศักดิ์ศรีของญี่ปุ่นคืน ซึ่งเห็นชัดว่าญี่ปุ่นมีความแข็งกร้าวมากขึ้น โดยเฉพาะกับกรณีข้อพิพาททางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะกับจีนหรือเกาหลีใต้
ทั้งๆ ที่ในขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็มีนโยบายอิงกับเอเชียอยู่ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ อย่างเช่น การมุ่งส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะมุ่งมาที่อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และแน่นอนคือพม่า ซึ่งเป็นเป้าหมายการลงทุนใหม่ที่น่าจับตา
ขณะที่ในนโยบายต่อโลกนั้น จะเห็นว่าญี่ปุ่นในยุคนี้ยังไม่ทิ้งนโยบายการเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐอยู่เหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง สหรัฐว่ายังไง ญี่ปุ่นว่าอย่างนั้นเสมอครับ
เห็นได้ชัดในวิกฤตยูเครนในครั้งนี้ หลังจากที่บรรดาชาติตะวันตกกำลังรุมรัสเซียด้วยการใช้นโยบายแซงก์ชั่นเจ้าหน้าที่และเอกชนของรัสเซียมาหลายยกแล้ว เพื่อโดดเดี่ยวรัสเซียหลังจากที่รัสเซียได้ผนวกเอาไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่ง
ก็มีเพียงแต่ญี่ปุ่นนี่แหละครับ เป็นชาติเดียวในเอเชียที่มีท่าทีชัดเจนต่อการร่วมคว่ำบาตรรัสเซียด้วย!
โดยญี่ปุ่นออกตัวชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับในผลประชามติในไครเมีย และระงับการเจรจากับรัสเซียเกี่ยวกับการผ่อนปรนวีซ่าระหว่างกัน พร้อมกับระงับความร่วมมือทางทหารกับรัสเซีย
ก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของญี่ปุ่นครับ...!
แต่หากพิจารณากันแล้ว กรณีวิกฤตไครเมียในครั้งนี้ นักวิเคราะห์ต่างชาติต่างมองกันว่ามีโอกาสสูงที่การที่ตะวันตกกำลังโดดเดี่ยวรัสเซียอยู่นั้น จะทำให้หมีขาวหันมามีสัมพันธ์กับเอเชียมากขึ้น
ดีไม่ดีเอเชียอาจจะได้อานิสงส์จากก๊าซธรรมชาติจากความสัมพันธ์นี้จากรัสเซียมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง
สำหรับญี่ปุ่น ซึ่งในขณะนี้ก็ต้องบอกว่าเศรษฐกิจกำลังมีความเสี่ยงจากการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ เพื่อทดแทนพลังงานจากนิวเคลียร์ที่ขาดหายไปอย่างมาก
เกรงว่าถ้าหากในอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและเอเชียดีขึ้น พร้อมๆ กับปริมาณพลังงานจากรัสเซียที่จะถูกดึงมายังเอเชียมากขึ้นนั้น ญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้รับอานิสงส์เท่าใดนัก
เป็นเรื่องที่น่าติดตามครับ เพราะหากพิจารณาแล้ว วิกฤตไครเมียและการทะเลาะกันระหว่างโลกตะวันตกกับรัสเซียนั้น อาจจะทำให้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอะไรหลายๆ อย่างของยุโรปและเอเชียเปลี่ยนไปก็ได้จริงๆ







