posttoday
สภาทาสคืนชีพจับตาศึกชิงประธานวุฒิฯ

สภาทาสคืนชีพจับตาศึกชิงประธานวุฒิฯ

31 มีนาคม 2557

ถ้ามีวุฒิสภาแล้วในอนาคตไม่สามารถคัดค้าน หรือกลั่นกรองเรื่องสำคัญอะไรได้ ก็ไม่ควรจะมีวุฒิสภาอีกต่อไป

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เปิดตัวกันออกมาอย่างไม่เป็นทางการแล้ว สำหรับว่าที่ สว.จำนวน 77 คน จากทั้งหมด 77 จังหวัด โดย สว.เลือกตั้งชุดนี้ถือเป็นชุดที่ 2 นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ประกาศบังคับใช้

ทั้งนี้ ในภาพรวมของว่าที่ สว.ที่เตรียมเดินทางเข้าสู่สภาในอีกไม่กี่วันนี้นั้น ส่วนมากมีสายสัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งโครงสร้างของวุฒิสภาที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ทำให้ต้องจับตาการเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่ และ การถอดถอนบุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้เป็นพิเศษ

โดยการเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่จะเป็นการชิงชัยกันระหว่าง สว.เลือกตั้ง กับ สว.สรรหา ซึ่งในกลุ่ม สว.สรรหาเตรียมจะทวงเก้าอี้นี้คืนมาอีกครั้ง เพื่อเป็นการทิ้งทวนก่อนจะหมดวาระในอีก 3 ปีข้างหน้า

ส่วนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คิวแรกจะเป็นของ “นิคม ไวยรัชพานิช” ประธานวุฒิสภา จากคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว. และอาจจะต่อด้วย “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา ในคดีเดียวกัน รวมไปถึง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในคดีจำนำข้าว

ตวง อันทะไชย สว.สรรหา มีความเห็นสอดคล้องกันว่า เมื่อปี 2551 พรรคการเมืองยังไม่ได้ส่งคนของตัวเองเข้ามาเป็น สว.มากนัก มีแต่เข้าไปล็อบบี้เวลาวุฒิสภาจะต้องโหวตเรื่องสำคัญเท่านั้น แต่ปัจจุบันปรากฏว่าได้เกิดรูปแบบที่พรรคการเมืองส่งคนของตัวเองเข้ามาเป็น สว. ทำให้เกิดปัญหาว่าคนเหล่านี้จะมีความเป็นกลางสมกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

“ถ้ามีวุฒิสภาแล้วในอนาคตไม่สามารถคัดค้าน หรือกลั่นกรองเรื่องสำคัญอะไรได้ ก็ไม่ควรจะมีวุฒิสภาอีกต่อไป” ตวง กล่าว

ตวงวิเคราะห์ถึงการเลือกประธานวุฒิสภา ว่า จะเป็นการชิงตำแหน่งที่เข้มข้นมากที่สุด เพราะหากคนของฝ่ายการเมืองเข้ามาเป็นประธานวุฒิสภาได้ จะสามารถเข้ามาคุมเกมการพิจารณาถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งได้ แน่นอนว่าคนของฝ่ายการเมืองจะต้องปกป้องคนของฝ่ายการเมืองด้วยกันเอง ซึ่งเสียง สว.ที่จะต้องใช้สำหรับการถอดถอนบุคคลนั้นจะต้องมีไม่น้อยกว่า 90 เสียง

คำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา มองว่า ในอนาคตนอกจากจะมีการถอดถอนแล้วยังมีเรื่องการแต่งตั้งบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระด้วย เพราะกรรมการในองค์กรอิสระหลายคนกำลังจะหมดวาระในเร็วๆ นี้ ดังนั้น ส่วนตัวจึงมีความกังวลต่อการใช้ดุลยพินิจต่อเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมากว่าจะมีความเป็นกลางหรือไม่

ขณะที่ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สว.เลือกตั้งจนมี สว.ครบ 90% เมื่อไหร่ ก็สามารถใช้โอกาสที่วุฒิสภาจะต้องเปิดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องการถอดถอนดำเนินการปฏิญาณตนเพื่อเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการได้

อำนาจวุฒิสภา

อำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 จำแนกหลักๆมีดังนี้

1.การกลั่นกรองกฎหมาย สว.สามารถแก้ไขร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ เพื่อให้การออกกฎหมายเป็นไปด้วยความรอบคอบ รัดกุม และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

2.การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษางานด้านต่างๆ ให้มีการตรวจสอบฝ่ายบริหาร เพื่อให้มีข้อสังเกต คำแนะนำ และกระตุ้นเตือนรัฐบาล รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจของรัฐบาล

3.การเลือกแต่งตั้งให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบ บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น

4.การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ทั้งระดับสูงทั้งด้านบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ  

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69