
พลังงานคู่ชุมชน (ตอนที่ 1)
ความมั่นคงด้านพลังงานถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและสังคม
ความมั่นคงด้านพลังงานถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและสังคม เพราะหากพลังงานไม่เพียงพอกับความต้องการย่อมกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการวางแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้เพียงพอทั้งระยะสั้นและระยะยาวจึงยังคงมีความจำเป็น อย่างกรณีตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนคือ ระบบไฟฟ้าภาคใต้ที่ความต้องการมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยปีละ 6% แต่ความสามารถการผลิตไฟในพื้นที่ยังต่ำกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้า จึงต้องจัดสรรกำลังผลิตไฟฟ้าจากส่วนกลางมาเสริม
จากข้อจำกัดดังกล่าวซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านพลังงาน เมื่อใดที่เกิดปัญหาทั้งสายส่ง ท่อก๊าซธรรมชาติหยุดซ่อม จึงเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้มาแล้ว
ในอนาคตเมื่อเศรษฐกิจของไทยมีอัตราการเติบโตขึ้นย่อมหมายถึงการลงทุนโครงการด้านพลังงานยังคงต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หัวใจสำคัญของการลงทุนดังกล่าวจึงต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้โครงการเหล่านั้นสามารถที่จะอยู่ร่วมกับสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนได้มากที่สุด ป้องกันไม่ให้เกิดช่องว่างทางความคิด ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
หากพิจารณาในแง่กฎหมายการดูแลเรื่องเหล่านี้ของไทยก็ไม่ได้ด้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว กล่าวคือ โครงการลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้ต้องได้รับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือที่มักได้ยินกันว่า EIA (Environmental Impact Assessment) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในโครงการพัฒนา
ทั้งนี้ เป็นมาตรการที่ใช้หลักวิชาการคาดการณ์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งทางบวกและลบของโครงการที่จะมีผลต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน เพื่อวางมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมก่อนดำเนินการ และเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน หรือพัฒนาโครงการที่สำคัญนำมาเป็นข้อมูลในการให้ความกระจ่างต่อสาธารณชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร
อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 67 วรรค 2 ยังระบุชัดเจนว่าโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ต้องศึกษาและประเมินผลกระทบทั้งต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน ที่เรียกว่า “EHIA” โดยเพิ่มกระบวนการตรวจสอบรายงาน ด้วยการให้องค์การอิสระ ที่ประกอบด้วยผู้แทนเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติหรือสุขภาพ ได้ให้ความเห็นประกอบรายงานอีกชั้นหนึ่ง
สำหรับขั้นตอนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม กระบวนการหนึ่งที่สำคัญคือ การเปิดให้ประชาชนหรือชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและนำไปสู่การจัดทำแผนรับมือร่วมกัน ที่ผ่านมาจึงมีหลายโครงการได้นำกระบวนการ EIA ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการวางมาตรการป้องกันผลกระทบที่เกิดจากโครงการ และสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนจนได้รับการยอมรับ และทำให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
สำหรับโครงการลงทุนสำคัญที่เข้าข่ายต้องทำ EIA และ EHIA ในภาคใต้ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนขนอม บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้รางวัลยอดเยี่ยม EIA Monitoring Awards ปี 2551 และโครงการท่าเรือและศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย หรือชอร์เบส ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต โดยสัปดาห์หน้ามาติดตามความน่าสนใจของกระบวนการทำ EIA และ EHIA ของ 2 โครงการกันได้







