
ทหารฮึ่มกวป. รื้อทิ้งบังเกอร์ต้องรับผิดชอบ
ทบ.ฮึ่มรื้อบังเกอร์ไม่เหมาะสม หากเกิดเหตุแกนนำ กวป.ต้องรับผิดชอบ
ทบ.ฮึ่มรื้อบังเกอร์ไม่เหมาะสม หากเกิดเหตุแกนนำ กวป.ต้องรับผิดชอบ
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า การรื้อบังเกอร์ทหารบริเวณสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) เป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ถือว่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ และหากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น แกนนำ กวป.ต้องรับผิดชอบ
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พื้นที่ ป.ป.ช.นับเป็นจุดเสี่ยงการใช้อาวุธ ทหารจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดูแล แต่เมื่อมีมวลชนมากดดันเจ้าหน้าที่ก็ต้องหลีกเลี่ยงการปะทะ ทั้งที่เป็นการปฏิบัติการตามมาตรการของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.)
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำร้องขอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่จะให้เพิ่มบังเกอร์นั้น จะทำให้บ้านเมืองดูไม่เรียบร้อย สร้างความเสียหายให้การท่องเที่ยว ซึ่งภาคเอกชนหลายรายมีการขอปรับลด ดังนั้นทหารควรจะปรับย้ายไปในส่วนที่รั้วรอบขอบชิด
อย่างไรก็ดี ศอ.รส.ให้อำนาจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ประเมินสถานการณ์และปรับเพิ่มลดกำลังพลให้สอดคล้อง หากมีความรุนแรงก็สามารถขอกำลังเพิ่มได้
สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กวป. ซึ่งชุมนุมอยู่ที่ ป.ป.ช. สนามบินน้ำ จากเดิมที่ประกาศจะนำมวลชนปิดตายทางเข้าออกของสำนักงาน ป.ป.ช. ในทุกด้านด้วยแท่งแบริเออร์และอาวุธชีวภาพ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 27 มี.ค.เป็นต้นไป ล่าสุดยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษก กวป. กล่าวว่า ต้องการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 6 คน ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เช่นนั้นจะยกระดับขับไล่ออกนอกประเทศ







