
ปลุกกระแส ต้าน "สภาทาส"
เข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง สว. ในวันที่ 30 มี.ค.ที่จะถึงนี้ ทว่ากระแสตอบรับจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศกลับเบาบาง
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
เข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง สว. ในวันที่ 30 มี.ค.ที่จะถึงนี้ ทว่ากระแสตอบรับจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศกลับเบาบาง ทั้งที่บทบาทของสภาสูงที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการตรวจสอบ กลั่นกรองกฎหมาย รวมถึงถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา อาจเป็นประจักษ์พยานถึงกระแสที่แผ่วเบาได้ดี โดยเฉพาะ “การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง” ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิไว้จำนวน 2,121,818 คน กลับมีผู้มาใช้สิทธิ 73,155 คน หรือคิดเป็น 3.45% เท่านั้น ทั้งที่ ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดหวังไว้ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สว.ไม่ต่ำกว่า 70%
นอกจากกระแสการเลือกตั้งที่เงียบเหงาแล้ว อีกหนึ่งเสียงที่สอดแทรกเข้ามาก็คือการระบุว่า ผู้สมัคร สว.จำนวนมากเป็นนอมินีของ “ระบอบทักษิณ” ถึงขั้นโพสต์รูป แชร์รายชื่อกันในโซเชียลมีเดีย เพื่อไม่ให้เลือกคนเหล่านี้ เพราะจะทำให้ สว.กลายเป็นพวกของรัฐบาล และไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบที่เป็นเจตนารมณ์หลักของ สว.ได้ในที่สุด
ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้สมัคร สว. กทม.และนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งเห็นว่าความเงียบเหงาของการเลือกตั้งครั้งนี้ มาจาก 2 สาเหตุใหญ่คือ 1.ความไม่มั่นใจทางการเมือง และ 2.ความไม่ชัดเจนของ กกต.ว่าผู้สมัครแต่ละคนสามารถหาเสียงได้มากน้อยแค่ไหน
ส่วนข้อกังวลว่า สว.เลือกตั้งจะทำให้เกิด “สภาทาส” หรือเป็นนอมินีของนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้น ศรีสุวรรณ ระบุว่า หากประชาชนไม่ต้องการให้เกิดสภาวะแบบนี้ ก็ถึงเวลาที่จะต้องออกมาใช้สิทธิเพื่อเลือกคนที่ตัวเองไว้ใจให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองจัดตั้งคะแนนเสียงได้ เพราะยิ่งประชาชนมาใช้สิทธิน้อย ก็จะยิ่งทำให้คะแนนเสียงจัดตั้งมีจำนวนมาก จนเกิดสภาวะที่ฝ่ายการเมืองคุม สว.ได้เบ็ดเสร็จทั้งหมด
ด้าน อาภรณ์ สาราคำ ภรรยา ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มชมรมคนรักอุดร ผู้สมัคร สว.อุดรธานี บอกว่า บรรยากาศ จ.อุดรธานี เงียบเหงากว่าจังหวัดรอบข้าง ส่วนหนึ่งเพราะไม่มั่นใจว่า กกต.มีกรอบในการหาเสียงมากแค่ไหน ใช้รถแห่ได้หรือไม่ ทำให้ผู้สมัครไม่กล้าลงพื้นที่
แม้ว่าชื่อของอาภรณ์จะถูกพะยี่ห้อคนเสื้อแดง แต่ตัวเธอเองยืนยันว่าไม่ได้เป็นนอมินีของระบอบทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย เพราะหากต้องการทำหน้าที่เพื่อพรรคเพื่อไทยก็คงลงสมัคร สส.ไปแล้ว ทั้งนี้ เธอยืนยันว่าต้องการเป็น สว. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย โดยจะเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ไม่ให้พรรคการเมืองใดมาแทรกแซงการทำงานได้
“ที่ผ่านมาเป็นตัวของตัวเองมาตลอด จะไม่ยอมให้ใครแทรกแซงแน่นอน เรื่องอะไรถ้าดีต่อประชาชนเราสนับสนุนเต็มที่ ขอให้ไปตรวจสอบประวัติที่ผ่านมาได้เลยว่าซื่อสัตย์ สุจริต ตรงนี้มั่นใจว่าสามารถเป็นตัวแทนของชาวอุดรฯ ได้แน่นอน” อาภรณ์ ระบุ
ขณะที่ กฤษณพงษ์ พรมบึงรำ แกนนำคนเสื้อแดง กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ผู้สมัคร สว.เชียงใหม่ หนึ่งในบุคคลที่มีรายชื่อในข้อความที่แชร์กันผ่านโซเชียลมีเดียว่าเขาเป็นนอมินีของระบอบทักษิณเช่นเดียวกับอาภรณ์ แต่กฤษณพงษ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างหนักแน่นว่าเขาลงสมัครในนามผู้สมัครอิสระ ต่างจากผู้สมัครคนอื่นที่มีป้ายหาเสียงจำนวนมาก ซึ่งคนในพื้นที่รู้ดีว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคหนุนหลัง และยืนยันอีกด้วยว่าการทำหน้าที่ในนาม สว.จะยึดหลักประชาธิปไตย ไม่เข้าข้างรัฐบาล หรือพรรคการเมืองใด แม้จะมีสถานะเป็นแกนนำคนเสื้อแดงก็ตาม
“ผมไม่คิดว่าการเลือกตั้ง สว.ครั้งนี้จะโมฆะ แม้จะมีการปฏิวัติก็ไม่เชื่อว่าเขาจะโละ สว. เพราะ สว.ชุดนี้เพิ่งเข้ามาใหม่ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองก่อนหน้านี้ หลังการเลือกตั้งจบลง ผมคิดว่า สว.ชุดนี้จะเป็นชุดประวัติศาสตร์ เพราะต้องทำหน้าที่แทน สส. ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเปิดสภาได้เมื่อไร เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนไปเลือกตั้งกันให้มากๆ เพื่อให้ สว.ได้ทำหน้าที่แทนตัวเอง” กฤษณพงษ์ กล่าว







