posttoday
แฟรนไชส์ฮิตโตฝ่าม็อบ20%

แฟรนไชส์ฮิตโตฝ่าม็อบ20%

27 มีนาคม 2557

คนรุ่นใหม่มุ่งสร้างธุรกิจไม่กังวลการเมืองกลุ่มอาหารดาวรุ่งเกาหลีสหรัฐบุกไทย

คนรุ่นใหม่มุ่งสร้างธุรกิจไม่กังวลการเมืองกลุ่มอาหารดาวรุ่งเกาหลีสหรัฐบุกไทย

คนรุ่นใหม่แห่ทำแฟรนไชส์พุ่ง อยากสร้างธุรกิจใหม่ ไม่กังวลการเมือง เศรษฐกิจ

น.ส.สมจิตร ลิขิตสถาพร นายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ในปีนี้ยังขยายตัวได้ 20% และคาดว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหม่เปิดกิจการกว่า 1 หมื่นราย จากปีก่อนที่มีจำนวนผู้ประกอบการแฟรนไชส์รวมประมาณ 8 หมื่นราย

ทั้งนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป สนใจทำธุรกิจแฟรนไชส์สูงมาก โดยคนรุ่นใหม่จะชื่นชอบทำธุรกิจและเพราะอยากสร้างธุรกิจของตัวเองเพิ่มขึ้นมากในช่วง 34 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับไม่ต้องการทำงานบริษัท โดยก่อนหน้านี้คนลงทุนแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะมีอายุ 40 ปีขึ้นไป

“การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่างๆ และปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงนั้นมีผลกระทบต่อยอดขายและการเปิดกิจการของแฟรนไชส์ในบางพื้นที่เท่านั้น แต่ยังประเมินไม่ได้ว่ายอดขายของแฟรนไชส์จะลดลงเท่าใด หรือปิดกิจการมากน้อยแค่ไหน ซึ่งโดยปกติการเปิดกิจการใหม่ของแฟรนไชส์จะมีจำนวนที่ต้องปิดลงในสัดส่วนประมาณ 20%” น.ส.สมจิตร กล่าว

และมีกิจการแฟรนไชส์ปิดในจำนวนเท่าใดโดยในช่วงที่ผ่านมา การเปิดกิจการใหม่ของแฟรนไชส์จะมีจำนวนที่ต้องปิดลงในส่วนประมาณ 20%

ทั้งนี้ การเปิดกิจการของแฟรนไชส์ที่ยังได้รับความนิยมสูงคือ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสัดส่วน 70% เพราะเป็นธุรกิจที่มีการขยายตัวได้ดี ขณะนี้มีแฟรนไชส์จากประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐสนใจเข้ามาขยายธุรกิจในไทยมากขึ้น รวมทั้งเครื่องสำอางจากประเทศเกาหลี ส่วนแฟรนไชส์ไทยที่เปิดใหม่ ได้แก่ แฟรนไชส์ธุรกิจ รปภ. และกุญแจ

ทั้งแฟรนไชส์กลุ่มอาหาร และเครื่องสำอางจากเกาหลี จากที่ผ่านมา มีแฟรนไชส์จากประเทศสหรัฐ กลุ่มธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดเข้ามาเปิดในไทยจำนวนมาก รวมทั้งยังพบมีแฟรนไชส์ไทยรายใหม่เปิดในประเทศ ได้แก่ แฟรนไชส์ธุรกิจ รปภ. และแฟรนไชส์กุญแจ

นอกจากนี้ ประเมินว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเป็นโอกาสดีให้แก่ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยได้ขยายไปในอาเซียนมากขึ้น เพราะเป็นตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยแบ่งเป็นแบรนด์ไทย 50% และแบรนด์ต่างประเทศ 50% และมีแฟรนไชส์ร้านอาหารไทยขยายสาขาไปในภูมิภาคอาเซียน จึงประสบความสำเร็จและสร้างยอดขายได้ดี

“ในช่วงทุกปีที่ผ่านมา มีปัจจัยลบกระทบต่อธุรกิจแฟรนไชส์ทุกปี รวมถึงปีนี้ที่มีปัญหาการเมือง และเศรษฐกิจกระทบให้ยอดขายของเจ้าของแฟรนไชส์ลดลงบางพื้นที่ แต่บางพื้นที่ยอดขายเพิ่มขึ้น และเจ้าของกิจการทุกรายต้องปรับตัว” น.ส.สมจิตร กล่าว

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของธุรกิจแฟรนไชส์ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัจจัยลบด้านทางการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัวนั้น เจ้าของกิจการต้องพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมุ่งใช้งานวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) รวมถึงใช้นวัตกรรมใหม่เพื่อสร้างธุรกิจให้น่าสนใจ พร้อมกับมุ่งสำรวจตลาด เพื่อให้สามารถพัฒนาสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและลดต้นทุนสินค้าให้มากที่สุด

ทั้งนี้ สมาคมแฟรนไชส์ไทยได้ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ เจ้าของร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานแฟรนไชส์ ไกด์ 2014 ขึ้นเป็นครั้งแรก มีกิจกรรมหลักในงาน 3 ส่วน ประกอบด้วย การจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ประชาชนจากเจ้าของกิจการแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ การจัดแสดงแนะนำธุรกิจแฟรนไชส์รวม 30 กิจการ และการจับคู่ธุรกิจที่จะจัดให้มีการเจรจาระหว่างผู้สนใจซื้อธุรกิจแฟรนไชส์กับบริษัทผู้ขายแฟรนไชส์รวม 20-50 ราย กำหนดจัดงานวันที่ 30 พ.ค.นี้ ที่ชั้น 11 อาคารซีพี ทาวเวอร์ สีลม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท