
"ปึ้ง"แจงตระกูลชินวัตรเว้นวรรคแค่ข่าวปล่อย
"สุรพงษ์" แจงตระกูลชินวัตรเว้นวรรคเลิกเล่นการเมืองแค่ข่าวปล่อยหวังให้เกลียดรัฐบาลยันเพื่อไทย ยังหนุน"ยิ่งลักษณ์"ลงเลือกตั้งครั้งหน้า ปัด สุเทพ-ทักษิณ แอบเจรจาทางลับ
"สุรพงษ์" แจงตระกูลชินวัตรเว้นวรรคเลิกเล่นการเมืองแค่ข่าวปล่อยหวังให้เกลียดรัฐบาลยันเพื่อไทย ยังหนุน"ยิ่งลักษณ์"ลงเลือกตั้งครั้งหน้า ปัด สุเทพ-ทักษิณ แอบเจรจาทางลับ
เมื่อเวลา09.30 น.วันที่ 27 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตนรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเรื่องนายกรัฐมนตรีและคนในตระกูลชินวัตรจะไม่ลงเลือกตั้งครั้งทั่วไปว่าเป็นเพียงข่าวลือหวังชี้นำสังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรียังไม่เคยพูดว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. กำหนดวันให้ชัดเจน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจ และไม่เชื่อว่าจะมีการพูดคุยกันในทางลับระหว่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอนส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าได้วางตัว นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่ง เพื่อให้เป็นนายกรัฐมตรีนั้น ขึ้นอยู่ที่กรรมคณะกรรมการพรรคเป็นผู้พิจารณา
ส่วนกระแสข่าวว่า นักการเมืองในตระกูลชินวัตรจะเว้นวรรคเลิกเล่นการเมืองนั้น เชื่อว่าทั้งหมดเป็นการปล่อยข่าวและชี้นำเพื่อให้สังคมเกิดความเกลียดชังรัฐบาล พร้อมถามกลับหากต้องการให้ตระกูลชินวัตรเลิกเล่นการเมือง และมีการเรียกร้องกลับว่าให้ตระกูลเทือกสุบรรณ และ พร้อมพันธุ์ ไม่ลงเลือกตั้งบ้างจะได้หรือไม่
ทั้งนี้ ยืนยันว่าเท่าที่มีการพูดคุยกับ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยยังคงสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ต่อไปเนื่องจากเป็นที่ไว้วางใจของพรรคและประชาชน
รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่าได้กำชับต่อที่ประชุม ศอ.รส. ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติปรับกำลังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมระบุว่า ทหารทำหน้าที่เทียบเท่าเจ้าพนักงานไม่ใช่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน พร้อมยืนยันว่า พื้นที่เศรฐกิจ เช่น สีลมควรปรับบังเกอร์ให้ลดลงตามข้อเรียกร้องของนักธุรกิจและภาคส่วนการท่องเที่ยวที่อาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่น
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้รายงานการตรวจสอบพื้นที่บ้านพักของนายสุเทพ ที่มีการปาระเบิดถึง 3 ครั้งแต่กลับไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงจึงมั่นใจว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์เพื่อเรียกร้องความสนใจ







