
"คนกลาง" แก้วิกฤต
สถานการณ์ที่ยังอึมครึมทางการเมืองที่ไม่รู้จะออกหัวหรือออกก้อยของไทย ยังเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่กังวล เนื่องจากปัญหานี้คงจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศที่น่าจะชะลอตัวจนถึงหยุดชะงักในอนาคต
สถานการณ์ที่ยังอึมครึมทางการเมืองที่ไม่รู้จะออกหัวหรือออกก้อยของไทย ยังเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่กังวล เนื่องจากปัญหานี้คงจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศที่น่าจะชะลอตัวจนถึงหยุดชะงักในอนาคต
ซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองของไทยที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติได้อย่างไร ทำให้ โจนาธาน เพรนทิส คอลัมนิสต์จากเว็บไซต์ข่าว เดอะ การ์เดียน สื่อดังของอังกฤษ ให้ความเห็นผ่านบทความที่เขียนว่า เนื่องจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายประท้วงต่างก็ไม่มีใครยอมถอย การประนีประนอมน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ เพรนทิส ได้สัมภาษณ์พิเศษข้าราชการระดับสูงที่เกษียณแล้วของไทยผู้หนึ่ง ที่ไม่เปิดเผยนาม ถึงวิธีการแก้ไขปัญหาทางการเมืองในอดีต ซึ่งได้รับคำตอบว่า ในอดีต ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่มีรูปแบบคล้ายกับปัจจุบันนี้ คงเห็นทหารออกมาทำรัฐประหารยึดอำนาจแล้ว
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เกษียณอายุราชการแล้วผู้นี้ไม่ได้ต้องการเห็นทหารออกมายึดอำนาจ เพียงแต่สะท้อนให้เห็นสถานการณ์ที่ยากลำบากในขณะนี้ของไทยที่ยังไม่มีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ ของไทยเข้ามาจัดการดำเนินการให้คลี่คลายไปได้ จนวิกฤตที่เกิดขึ้นเริ่มมีสัญญาณความเสี่ยงที่จะฉุดไทยลงเหว
วิกฤตทางการเมืองของไทยที่เกิดขึ้น เพรนทิส วิเคราะห์ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการแบ่งแยกของกลุ่มคนที่มีสาเหตุจากสังคม เศรษฐกิจ ทัศนคติ และศาสนา ซึ่งการยึดติดในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นอย่างสุดโต่งของประชาชนชาวไทยก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้น จนทำให้เกิดวาทะแห่งความเกลียดชัง เพื่อประณามหรือใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามเป็นวงกว้าง ขณะที่ยังไร้ทางออกของปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูงที่เกิดความรุนแรงจากการเผชิญหน้ากันของฝ่ายที่เห็นต่าง
อย่างไรก็ตาม เพรนทิส เห็นว่า นอกเหนือจากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย คือ รัฐบาลและกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านแล้ว อดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ และกองทัพ ยังเป็นตัวละครสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย
ทั้งนี้ เพรนทิส เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะเป็นทั้งสาเหตุและอาการของโรคที่เกิดขึ้นแบบรักษาไม่หายของความวุ่นวายทางการเมืองไทย ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นจากพลเมืองชาวเหนือและอีสาน สวนทางกับประชาชนในเมืองหลวงและภาคใต้ของไทยที่แสดงท่าทีต่อต้านอย่างหนัก
ส่วนฝ่ายทหารของไทยนั้น ถือเป็นผู้จุดชนวนการลากยาววิกฤตครั้งนี้ นับตั้งแต่ตัดสินใจยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ในปี 2006 และการขอคืนพื้นที่ของกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงในปี 2010 นอกจากนี้ ความเห็นเรื่องการปฏิรูปที่ไม่ลงรอยกันว่าจะเลือกตั้งก่อนปฏิรูปหรือปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ก็ยังเป็นประเด็นที่ขบไม่แตก
เมื่อประมวลปมต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว เพรนทิส ให้ความเห็นเชิงสรุปในการแก้วิกฤตครั้งนี้ว่า หรือถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ทั้งในและนอกประเทศ มาช่วยแก้ปัญหาที่หยั่งรากลึกในชาติทันที ด้วยการประนีประนอมและการเจรจา ก่อนที่วิกฤตนี้จะผลักให้ไทยเข้าไปใกล้ปากเหวมากขึ้น







