posttoday
รีดโควตาสลากส่งท่อน้ำเลี้ยงการเมือง

รีดโควตาสลากส่งท่อน้ำเลี้ยงการเมือง

26 มีนาคม 2557

ธุรกิจค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกครอบงำโดยการเมืองทุกยุคทุกสมัย

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ธุรกิจค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกครอบงำโดยการเมืองทุกยุคทุกสมัย ทุกพรรคการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลต่างพยายามแทรกตัวเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากการดำเนินกิจการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

หากถอดรหัสผลประโยชน์จากการขายสลากเกินราคาปีละ 3 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นเงินมหาศาลที่สร้างรายได้ให้นักการเมือง พรรคการเมืองที่ได้ครอบครองโควตา จึงทำให้ปัญหาสลากเกินราคาไม่มีรัฐบาลชุดไหนแก้ได้เบ็ดเสร็จสมบูรณ์ มีแต่การหลอกลวงประชาชนว่าการเพิ่มโควตาไปเรื่อยๆ จะช่วยแก้ปัญหาสลากเกินราคาได้

ที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าการดันยอดโควตาสลากจาก 46 ล้านฉบับ เป็น 72 ล้านฉบับ ในช่วงที่ วันชัย สุระกุล เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ และมี ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็น รมช.คลัง ที่กำกับดูแลสำนักงานสลากฯ อยู่ ก็ไม่สามารถดึงราคาขายปลีกสลากลงมาจากคู่ละ 100-110 บาทได้แม้แต่น้อย

เส้นทางผลประโยชน์จากการขายสลากเกินราคาปีละ 3 หมื่นล้านบาท หากคิดที่ยอดขายสลากต่องวด 72 ล้านฉบับ หรือ 36 ล้านคู่ ที่ราคาต้นทุนคู่ละ 72-73 บาท เมื่อมีการขายเกินราคาที่คู่ละ 100-110 บาท ซึ่งมีส่วนต่างหรือผลประโยชน์ตกอยู่ที่คู่ละ 27-37 บาท จะพบว่าในแต่ละงวดจะมีเงินผลประโยชน์ที่มาจากการขายสลากเกินราคา 972–1,332 ล้านบาทต่องวด หรือเท่ากับ 2.33–3.19 หมื่นล้านบาทต่อปี

ฉะนั้น ข้อมูลที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เคยออกมาพูดเรื่องการเรียกเงินใต้โต๊ะ 2 บริษัทที่กำลังหมดโควตาเดือน มิ.ย. แห่งละ 300 ล้านบาท เพื่อเตรียมเงินไปสนับสนุนคนเสื้อแดงนั้น แม้จะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็ถือว่าไม่ผิด

เพราะในการประชุมบอร์ดสลากเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคนปัจจุบัน กล่าวชัดเจนว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องต่อโควตาสลากการกุศลจำนวน 2 ล้านฉบับ ที่กำลังจะครบกำหนดในเดือน มิ.ย.นี้ ให้กับ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เกิดสุขการค้า มีโควตา 1.85 ล้านฉบับ และบริษัท วิงส์อาร์มส์ แอนด์ เรดิโอส์ มีโควตา 1.5 แสนฉบับจริง ซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่ต้องหาข้อสรุปว่าจะต่อให้หรือไม่ ก่อนถึงกำหนดอย่างน้อย 12 เดือน

ทั้งนี้ โควตาสลากการกุศล 22 ล้านฉบับ เป็นโครงการเดิมมีการอนุมัติตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งจะออกสลากเพื่อหาเงินช่วยสร้างโรงพยาบาลกว่า 10 แห่งครบ ในงวดสุดท้ายเดือน ส.ค. 2558 ระหว่างนี้จะมีโควตาที่ครบกำหนด คือ 2 ล้านฉบับ ในเดือน มิ.ย. 2557 อีก 2 ล้านฉบับ ในเดือน มี.ค. 2558 และอีก 18 ล้านฉบับ จะหมดในเดือน ก.ค. 2558 ซึ่งถือว่าสิ้นสุดโครงการพอดี เกณฑ์การให้โควตาจะมีอายุ 2 ปี แต่จะดูเป็นรายปีว่ามีการผิดเงื่อนไขหรือไม่ เช่น ไม่มีการรับสลาก หรือตรวจพบว่าขายเกินราคาจะถูกตัดสิทธิ

นอกจากนี้ ในส่วนของโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล 50 ล้านฉบับ กำลังจะมีโควตาสลากรายย่อยกว่า 3 หมื่นราย แยกเป็นรายย่อยในต่างจังหวัด 2 หมื่นราย และรายย่อยในกรุงเทพฯ 1 หมื่นราย คิดเป็นสลากจำนวน 43 ล้านฉบับ ที่จะหมดโควตาในเดือน มิ.ย.นี้เช่นกัน ซึ่งคณะกรรมการให้สำนักงานสลากฯ ไปดูเรื่องการจัดสรรโควตาในส่วนนี้ เพื่อหารือกันในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไป

แหล่งข่าววงการค้าสลาก เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจสลากตอนนี้ 5 เสือ ที่นำโดย เจ๊สะเรียง และเจ๊แดง เจ้าแม่สลากเริ่มอ่อนกำลัง เพราะอายุมากขึ้น จึงได้ส่งไม้ต่อให้รุ่นลูกและหลาน ตลาดสลากของเจ๊สะเรียงและเจ๊แดงยังอยู่ที่สี่แยกคอกวัว ไม่ได้ย้ายมาที่ตลาดสลากข้างสำนักงานสลากฯ แห่งใหม่ที่สนามบินน้ำ ซึ่งที่นี่มีขาใหญ่เสือตัวใหม่ในวงการ คือ เจ๊ตุ่ม ที่มีแผงค้าสลากในเครือข่าย 4050 แผง กลายเป็นเจ้าแม่คนใหม่ มีผู้ค้ารายย่อยทั้งเอาสลากมาขายและรับสลากไปขายด้วยมาก เพราะไม่กดราคา

ส่วนขาใหญ่อีกรายย่านสนามบินน้ำ คือ หลานของเจ๊สะเรียง ที่เริ่มสะสมบารมี มีพวกรายย่อยเอาสลากมาขายให้มากเช่นกัน ขณะที่ลูกสาวของเจ๊แดงที่รับสืบทอดธุรกิจนี้มา จะเน้นเรื่องการส่งสลากกระจายในต่างจังหวัดมากกว่า

ระบบการค้าสลากที่อิงกับการเมืองยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องเอาชื่อลูกหลานนักการเมืองมารับโควตาสลากโดยตรง เพราะพวกพ่อค้าแม่ค้าสลากจะใช้วิธีการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้นักการเมืองโดยตรงไปเลย กี่สิบกี่ร้อยล้านแล้วแต่ เพื่อแลกกับการได้รับไฟเขียวโควตาและจำนวนปีที่ได้

หรืออาจมีบางกรณีที่การเมืองสั่งให้จัดโควตาให้บริษัทนาย ก. นาย ข. บ้าง ก็ต้องไปเจรจาขอลดโควตาของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้เอามาให้ และเป็นที่รู้กันว่าเมื่อมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองที่มาเป็นรัฐบาล โควตาเดิมของรัฐมนตรีหรือนักการเมืองเมื่อครบกำหนดก็จะหมดไป เพื่อให้นักการเมืองกลุ่มใหม่เข้ามารับผลประโยชน์ต่อ และเงินส่วนหนึ่งจะต้องส่งท่อน้ำเลี้ยงต่อให้ไปยังพรรคการเมืองต้นสังกัด

ซึ่งยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่ดุมากยุคหนึ่ง เพราะมีการสั่งการโดยตรงมาจากภายนอกประเทศ เพื่อนำเอาเงินมาสนับสนุนการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเมืองที่เริ่มเข้มข้นขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาสลากเกินราคา และเรื่องการกินผลประโยชน์จากโควตาสลากของกลุ่มทุนและนักการเมืองเป็นเรื่องที่แก้ยากมาก เนื่องจากปัจจุบันแม้ว่าทางสำนักงานสลากฯ จะเพิ่มสัดส่วนโควตาสลากให้รายย่อยมากขึ้น เช่น กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ปัจจุบันมีโควตา 50 ล้านฉบับ ในจำนวนเป็นรายย่อย 3 หมื่นราย ที่ได้โควตา 43 ล้านฉบับ ที่เหลือ 1 หมื่นราย ที่ได้โควตา 7 ล้านฉบับ เป็นกลุ่มนิติบุคคล พบว่าผู้ค้ารายย่อยมากกว่า 80% เอาสลากมาขายต่อให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว

ขณะที่สลากการกุศล 22 ล้านฉบับ ที่เกือบทั้งหมดมีการจัดสรรโควตาให้องค์กร มูลนิธิ สมาคมคนพิการต่างๆ ทั่วประเทศ พบว่ามีคนพิการที่ได้สลากแล้วนำไปขายต่อจริงๆ อยู่เพียง 5% ที่เหลือขายต่อให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เจ้าพ่อ เจ้าแม่สลากหมด เพราะอยากได้เงินเร็ว และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงหากขายสลากไม่หมด ส่วนพวกรายย่อยที่ได้โควตาสลากไปจริง ก็ฉวยโอกาสขายสลากเกินราคากันหน้าตาเฉย

ทำให้ภาพรวมปัญหาสลากเกินราคา การเกาะกินผลประโยชน์จากโควตาสลากเป็นเรื่องที่บริหารจัดการยาก เพราะมีกลุ่มการเมือง ผู้มีอิทธิพลเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมืองไทยไม่มีทางยอมให้เกิดการขายสลากแบบอัตโนมัติ หรือหวยออนไลน์ ในรูปแบบที่มีการจัดสรรเงินเข้ารัฐแบบโปร่งใสได้เสียที เพราะงานนี้มีจระเข้นอนขวางคลองอยู่เต็มไปหมด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท