posttoday
ใช้กำไลไฮเทคคุมเข้ม‘ไกด์ผีแท็กซี่’

ใช้กำไลไฮเทคคุมเข้ม‘ไกด์ผีแท็กซี่’

26 มีนาคม 2557

ป่วนสุวรรณภูมิฝ่าฝืนคำสั่งศาลกระทำผิดซ้ำซาก

ป่วนสุวรรณภูมิฝ่าฝืนคำสั่งศาลกระทำผิดซ้ำซาก

ศาลเตรียมใช้กำไลข้อเท้าไฮเทคคุมประพฤติ “ไกด์ผีแท็กซี่ป้ายดำ” ฝืนคำสั่งศาลทำผิดซ้ำสนามบินสุวรรณภูมิ

น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า นายอวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสมุทรปราการ เตรียมนำร่องโครงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) หรือกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ใช้ควบคุมในการห้ามไกด์ผีและแท็กซี่ป้ายดำ ซึ่งมีประวัติต้องคดีก่อให้เกิดความรำคาญ หรือหลอกลวงนักท่องเที่ยวเข้ามาในบริเวณสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิได้อีก

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ต้องโทษที่เป็นทั้งไกด์ผีและแท็กซี่ป้ายดำมักไม่เข็ดหลาบ แม้จะถูกดำเนินคดีและศาลสั่งห้ามเข้ามาในพื้นที่ของสนามบิน แต่พบว่ามีความพยายามในการฝ่าฝืนคำสั่งศาลและกระทำความผิดซ้ำ ทำให้ศาลแขวงสมุทรปราการจึงมีแนวคิดที่จะใช้กำไลในการกำหนดขอบเขตของผู้ต้องโทษให้เป็นไปตามคำสั่งศาลอย่างเข้มงวด

“ก่อนจะนำกำไลดังกล่าวมาใช้ ได้มีการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ศาลแขวงสมุทรปราการ กรมคุมประพฤติ และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยเพราะเป็นแนวทางที่ดีสามารถควบคุมผู้กระทำความผิดซ้ำซากได้” อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าว

น.ส.รื่นวดี กล่าวอีกว่า สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิแต่ละปีมีผู้เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จึงเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบอาชีพไม่สุจริต หรือมิจฉาชีพเข้ามาหาผลประโยชน์ หลอก ลวงฉ้อโกง หรือทำให้นักท่องเที่ยวเดือดร้อน รำคาญ ซึ่งผู้กระทำผิดส่วนใหญ่มักกระทำผิดหลายครั้ง แม้ว่าจะถูกดำเนินคดี และศาลพิพากษาลงโทษแต่ไม่เข็ดหลาบ ศาลแขวงสมุทรปราการจึงต้องนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอย่างจริงจัง โดยจะสาธิตการใช้อุปกรณ์ที่ห้องประชุม AOB 1 อาคารสำนักงาน ทอท. สุวรรณภูมิ เวลา 09.30 น. วันที่ 28 มี.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ศาลแขวงพระนครเหนือได้เริ่มนำมาตรการใช้กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับผู้กระทำความผิดคดีเมาแล้วขับรายแรก เมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิด เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ปรากฏว่า วัดปริมาณแอลกอฮอล์ สูงถึง 290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าเกณฑ์ที่ศาลกำหนดไว้ที่ 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ศาลจึงพิพากษาจำคุก 2 เดือน ปรับ 3,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และศาลได้สั่งให้สวมกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ แทนการบริการสังคม 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน ห้ามออกจากบ้านพัก หรือที่พัก ตั้งแต่เวลา 22.0004.00 น. ซึ่งนับเป็นจำเลยคนแรกของศาลแขวงพระนครเหนือที่นำวิธีสวมกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์มาใช้

นอกจากนี้ หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือตัดทำลายสายรัดข้อเท้าทิ้ง เครื่องก็จะส่งสัญญาณไปที่ศูนย์ควบคุมกรมคุมประพฤติ ซึ่งจะมีรายงานบันทึกการทำงานให้เจ้าหน้าที่ทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมประพฤติก็จะรายงานให้ศาลทราบเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาจำคุก ตามคำพิพากษาของศาลที่สั่งรอลงอาญาไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท