
ปปช.ไม่หวั่นบึ้ม ฟันทุจริตจำนำข้าว
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ย่านสนามบินน้ำ ยังคงตกเป็นเป้าหมายของคนร้ายยิงถล่มด้วยเอ็ม 79 พร้อมกับมีมวลชนสนับสนุนรัฐบาลออกมาปิดล้อมขัดขวางการชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตรับจำนำข้าว
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ย่านสนามบินน้ำ ยังคงตกเป็นเป้าหมายของคนร้ายยิงถล่มด้วยเอ็ม 79 พร้อมกับมีมวลชนสนับสนุนรัฐบาลออกมาปิดล้อมขัดขวางการชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตรับจำนำข้าว
อย่างไรก็ตาม สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมาแถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ไม่หวั่นต่อการข่มขู่พร้อมเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
“ยอมรับว่าส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย แต่เจ้าหน้าที่ชอง ป.ป.ช.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมา ป.ป.ช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา พิจารณาจากหลักฐานข้อเท็จจริง ไม่มีธง และไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขณะที่การรักษาความปลอดภัยมีการขอกำลังทหาร ตำรวจ มาดูแลอย่างเข้มงวด พร้อมได้กำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมตลอดเวลา หากมีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น” สรรเสริญ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 24 มี.ค. เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดถึง 3 ครั้ง เสียงระเบิดครั้งแรกไม่พบจุดเกิดเหตุ ขณะที่ระเบิดครั้งที่ 2 เกิดขึ้นบริเวณบนอาคาร 2 สำนักงาน ป.ป.ช. แรงระเบิดทำให้กระจกแตกเป็นรู จากนั้นอีกประมาณ 15 นาที เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดอีก 1 ครั้ง ในบริเวณมุมหลังคาอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งมีรั้วติดกับสำนักงาน ป.ป.ช. โดยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบ สันนิษฐานว่าเป็น ลย. ขนาด 40 มม. ชนิด HEDP ซึ่งยิงจากเครื่องยิงระเบิดไม่ทราบแบบ
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดูแลป้องกันสถานที่ราชการและองค์กรอิสระ เนื่องจากถูกปิดล้อมจากกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง และพบว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงที่พักอาศัยของบุคคลสำคัญ โดยนายกฯ ได้กำชับให้ ศอ.รส.ดูแลสถานที่ราชการและองค์กรอิสระอย่างใกล้ชิด
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี แถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายพระที่ด้านหน้า ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. รวม 4 คน คือ กฤษณะ การบรรจง ธนาท สงค์ประเสริฐ จักรพันธ์ อุดม หทัยกาญจน เชิงยุทธ์ พร้อมหลักฐานภาพถ่ายจากหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ โดยกล่าวหาว่าร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า การเดินรณรงค์ของ กปปส. เห็นชัดว่าความนิยมของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เริ่มหดหาย เงียบเหงาไปจากเดิมมาก วันที่ 29 มี.ค. ที่ สุเทพ ประกาศเป็นวันชุมนุมใหญ่นปช.ไม่ได้วิตกใดๆ กับการกระทำของ สุเทพ และสถานการณ์แบบนี้ทำให้เห็นว่าอำมาตย์จำเป็นต้องเร่งเกมในองค์กรอิสระ
“วันที่ 5 เม.ย. นปช.ต้องการคน 5 แสน ส่วนจุดหมายอยู่ที่ใดจะบอกวันที่ 3 เม.ย. สมรภูมิจะเริ่มเกิดขึ้นเดือน เม.ย. และจะจบเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่มั่นใจลงท้ายฝ่ายอำมาตย์แพ้แน่นอน” จตุพร กล่าว







