
นักธุรกิจไทยหอบ2แสนล้านหนีไปนอก
ญี่ปุ่นพักลงทุนถ้าการเมืองลากยาวถึงปี’58
ญี่ปุ่นพักลงทุนถ้าการเมืองลากยาวถึงปี’58
นักธุรกิจไทย 2,800 รายขู่หอบเงิน 2 แสนล้าน ย้ายฐานลงทุนหากการเมืองลากยาวถึงปี 2558
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นนักธุรกิจไทยภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พบว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อไปถึงปี 2558 จะมีนักธุรกิจไทยขนาดกลางและขนาดใหญ่ 2,800 ราย เตรียมขยายฐานธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่าเงินทุนประมาณ 2 แสนล้านบาท แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงสิ้นปีนี้ ก็จะมีนักธุรกิจไทยที่ตัดสินใจย้ายฐานธุรกิจออกไปเพียง 1,440 ราย หรือ 1.23 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่นักลงทุนจะย้ายฐานไปลงทุนมากที่สุด มีมูลค่าอยู่ที่ 3.75 หมื่นล้านบาท รองลงมาเป็นพม่า 2.62 หมื่นล้านบาท เวียดนาม 2.22 หมื่นล้านบาท มาเลเซีย 1.45 หมื่นล้านบาท และสิงคโปร์ 1.19 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีกค้าส่ง การเงินและประกันภัย คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ และสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ซึ่งอาจจะเข้าไปในรูปแบบการร่วมทุน
*** “ตามแผนเดิม ปีนี้มีนักธุรกิจไทยที่ความคิดจะขยายฐานธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอยู่แล้ว 480 ราย คิดเป็นมูลค่า 2.34 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาและมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อไปถึงสิ้นปีนี้ และอาจลากยาวไปถึงปี 2558 ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งการตัดสินใจให้นักธุรกิจไทยต้องการขยายฐานธุรกิจออกไปเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดด ซึ่ง มูลค่าเงินลงทุนดังกล่าวที่หายออกไปจากไทยนั้น อาจไม่ใช่เม็ดเงินจากนักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนอย่างเดียว แต่อาจไปรูปแบบของการร่วมลงทุนก็ได้” นายอัทธ์ กล่าว
สำหรับเหตุผลหลักที่จะย้ายการลงทุน คือ ต้องการแหล่งวัตถุดิบราคาถูก แรงงานราคาถูก สาธารณูปโภคพร้อม และการเมืองมั่นคง ถูกลดต้นทุนในการผลิต และ ต้องการหาค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่าการผลิตที่มั่นคงทางการเมืองและมีความพร้อมทางเศรษฐกิจนมากกว่าประเทศไทย ที่มีปัญหาการเมืองยืดเยื้อจนเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงต้องการแหล่งวัตถุดิบที่สามารถลดต้นทุนในการผลิต และ ต้องการหาค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่า
ด้านนายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า ผลของการไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่น นักลงทุนแจ้งว่าที่มีแผนจะลงทุนในไทย แต่ได้ให้กรอบเวลาไว้ราว 612 เดือน หากวิกฤตการเมืองยังไม่สามารถคลี่คลายได้ โอกาสที่จะพิจารณาย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่นมีค่อนข้างสูง
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดในช่วง 2 เดือนแรกของปี (ม.ค.ก.พ.) ถือได้ว่าเป็นช่วงต่ำสุดของปี และต้องจับตาดูยอดขายภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 35 ซึ่งจะเป็นจุดชี้ชะตาของแนวโน้มดัชนีชี้วัดอุตสาหกรรมช่วงครึ่งปีได้บางส่วน ซึ่งช่วงไตรมาสสองยังไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เพราะยังไม่มีอะไรที่ชัดเจนของสถานการณ์ทำให้มองอะไรไกลไม่ได้เลยสำหรับการลงทุนในอนาคตเวลานี้จะต้องนำปัจจัยทางสถานการณ์ต่างๆ มาร่วมพิจารณา โดยมองว่าถ้าหากรุนแรงขึ้นอีก อาจมีการปรับเปลี่ยนในบางสิ่ง ตัวอย่างเช่น ในโรงงานแห่งใหม่ที่ จ.ปราจีนบุรี ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเริ่มผลิตในปี 2558 คงจะไม่เร่งให้สามารถผลิตได้เร็วขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะชะลอออกไปก่อนตามสถานการณ์เศรษฐกิจความต้องการของตลาด







