"อภิสิทธิ์"ชี้การเลือกตั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับปชป.
อภิสิทธิ์ชี้การเลือกตั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับปชป. หนุนสองฝ่ายเจรจาผ่านการถ่ายทอดสดออกทีวี ชี้ปูไม่ควรนำเงื่อนไขเลือกตั้ง-ยุติชุมนุมมาอ้าง
อภิสิทธิ์ชี้การเลือกตั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับปชป. หนุนสองฝ่ายเจรจาผ่านการถ่ายทอดสดออกทีวี ชี้ปูไม่ควรนำเงื่อนไขเลือกตั้ง-ยุติชุมนุมมาอ้าง
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. การประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ที่มีนายอนุรักษ์ นิยมเวช สว.สรรหา เป็นประธาน ได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฎิรูปการเมือง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระบวนการทางการเมืองหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องเชิญรัฐบาลและตัวแทนพรรคการเมืองมาหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ โดยการกลับไปเลือกตั้งอีกรอบต้องมีเป้าหมาย คือการเลือกตั้งที่เรียบร้อยและได้รับการยอมรับ
“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ แต่อยู่ที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไรในการเลือกตั้งหรือไม่”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการปฎิรูปประเทศ นายอภิสิทธิ์ เสนอว่า การปฎิรูปประเทศมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการเบื้องต้น7ด้าน ประกอบด้วย 1.การแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่น กระบวนการเลือกตั้ง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การปฎิรูปโครงสร้างของรัฐเพื่อนำไปสู่การกระจายอำนาจ กระบวนการยุติธรรม และการปฎิรูปสื่อ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยากที่สุดของการปฎิรูปประเทศ คือ การหาจุดเริ่มต้น เนื่องจากปัจจุบันเกิดการถกเถียงกันว่าการปฎิรูปควรทำก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง
“แต่ละฝ่ายไม่ยอมรับเหตุและผลของกันและกัน ดังนั้น คิดว่าควรอยู่ตรงกลางๆ คือ ต้องเอาเรื่องด่วนๆมาดำเนินการก่อน เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะทำทุกเรื่องเสร็จภายในเวลาที่รวดเร็ว อย่างการกระจายอำนาจไม่มีทางเป็นไปได้ภายใน 1-2 ปีอย่างแน่นอน และ วันนี้ถ้าเลือกตั้งผมยืนยันได้เลยว่าจะไม่มีใครเชื่อว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันยอมรับว่ามีบางส่วนที่เห็นว่าหากไม่มีการเลือกตั้งแล้วจะสามารถปฎิรูปการเมืองได้อย่างไร เพราะการปฎิรูปประเทศในบางเรื่องจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการตรากฎหมายฉบับใหม่ผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติ ซึ่งในประเด็นนี้คิดว่ามีทางออก คือ การใช้กระบวนการประชามติเพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนออกมาและสร้างความผูกมัดให้กับทุกฝ่ายว่าจะต้องดำเนินการปฎิรูปการเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า สนับสนุนให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มาเจรจาเพื่อหาทางร่วมกันผ่านการถ่ายทอดสด ซึ่งการถ่ายทอดสดจะช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และประชาชนจะได้เห็นถึงเนื้อหาสาระของการเจรจาว่าฝ่ายใดคิดอย่างไร กลับกันถ้าไปเจรจากันอย่างในทางลับจะส่งผลให้เกิดกระบวนการปล่อยทำลายความน่าเชื่อถือ
“วันนี้ผมเห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์ไม่ควรนำเงื่อนไขเรื่องการเลือกตั้งและการยุติการชุมนุมมาเป็นข้ออ้างไม่เจรจากับคุณสุเทพ เพราะเวลานี้เงื่อนไขดังกล่าวได้หมดลงไปแล้วหลังจากการเลือกตั้งได้เสร็จสิ้นแล้วและคุณสุเทพก็นำมวลชนเข้าไปอยู่ไปอยู่ในสวนลุมพินีและไม่ได้ปิดถนนแล้ว”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาของระบบการเมืองที่สำคัญ คือ วัฒนธรรมทางการเมือง ประเทศไทยลองระบบการเมืองมาหลายระบบ เช่น กระบวนการเลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว.แต่หลายครั้งกลับไม่ได้คำตอบตามที่ประชาชนคาดหวัง รวมไปถึงการไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองในบางประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของประชาชน
“ปัญหาของระบบการเมืองสำคัญ คือ วัฒนธรรมทางการเมือง ที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะทดลองระบบเลือกตั้งมาหลายรูปแบบ แต่ยังไม่ได้คำตอบอย่างที่คาดหวัง ระบบรัฐสภาของต่างประเทศที่นำมาเป็นแบบอย่าง คือ เสียงข้างมากต้องควบคุมสภาได้ แต่จะมีระดับการควบคุมแค่ไหน และ สส.ต้องมีความเป็นอิสระ ดังนั้นวัฒนธรรมทางการเมืองต้องแก้ให้ได้ ด้วยการวางความสมดุล ว่าเรื่องไหน ตัดสินอย่างไร กลไกการเมืองต้องมีความรับผิดชอบและตอบสนอง ไม่ใช่ท่องคถายึดแต่ตัวบท สำหรับปัญหาที่ยืดเยื้อร่วมสิบปี เชื่อว่าจะไม่จบง่ายๆ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว







