posttoday
หวั่นศก.ไม่พอเลี้ยงเด็กป.ตรี

หวั่นศก.ไม่พอเลี้ยงเด็กป.ตรี

25 มีนาคม 2557

สภาอุตฯระบุขยายตัวทั้งปีแค่2.93%ทีดีอาร์ไอตั้งศูนย์ติดตามภาวะว่างงาน

สภาอุตฯระบุขยายตัวทั้งปีแค่2.93%ทีดีอาร์ไอตั้งศูนย์ติดตามภาวะว่างงาน

ห่วงเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำไม่สามารถรองรับคนจบปริญญาตรีได้

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เป็นที่แน่ชัดว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะต่ำกว่า 3% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศไทยที่ควรจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่าปีละ 45%

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า แม้การขยายตัวในระดับ 3% จะเป็นระดับที่ไม่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบเลิกจ้างแรงงานไป เพราะส่วนใหญ่ยังต้องการรักษาฝีมือไว้รองรับกรณีที่สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก คือ การเติบโตของเศรษฐกิจในระดับนี้จะไม่สามารถรองรับการเข้าสู่แรงงานของบัณฑิตที่จะจบใหม่แต่ละปีที่มีมากกว่าแสนคน

อย่างไรก็ดี เวลานี้นักลงทุนต่างชาติยังมองว่าไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ทั้งความสมดุลทางเศรษฐกิจ ภูมิศาสตร์ และคุณภาพแรงงาน แต่หากปัญหายังยืดเยื้อไปยังกลุ่มที่ผู้ประกอบการคงรักษาฐานที่ลงทุนไปแล้วในไทยไว้ แต่เลือกไปขยายลงทุนในประเทศอื่นที่น่าลงทุนรองลงไป

นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า หากสามารถเลือกตั้งได้ในครึ่งปีแรกอัตราการเติบโตเศรษฐกิจปีนี้ก็คงทรงๆ อยู่ระดับเดียวปีที่แล้วที่อยู่ที่ 2.93% แต่ถ้ายังไม่สามารถเลือกตั้งในครึ่งปีแรก จะส่งผลให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจอาจจะต่ำกว่า 2% ซึ่งจะมีผลต่อการจ้างงาน รวมถึงจะมีปัญหาการว่างงานระดับปริญญาตรีสะสมมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีมากเกินความต้องการของตลาด ในขณะที่แรงงานระดับกลางช่างเทคนิคยังขาดแคลน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีดีอาร์ไออยู่ระหว่างการทบทวนปัจจัยต่างๆ ที่จะกระทบกับภาวะการจ้างงานใหม่ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ไม่นิ่ง เช่น ปัญหาทางการเมืองที่จะกระทบต่อการจัดทำงบประมาณ การลงทุนภาครัฐ โครงการใหญ่ๆ จะต้องชะลอไปทั้งหมด และความเชื่อมั่นการบริโภคของประชาชนก็ลดลง ในขณะที่ผู้ประกอบการก็ชะลอการจ้างงานหรือขยายกำลังการผลิตเช่นกัน

นอกจากนี้ ทีดีอาร์ไอยังได้จัดทำศูนย์เฝ้าติดตามภาวะการจ้างงาน ซึ่งยังไม่พบมีอุตสาหกรรมที่จะมีสัญญาณเลิกจ้างงานหรือปลดคนงานออก มีแต่สัญญาณเริ่มที่จะลดอัตราการจ้างงานลง เช่น ภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ที่มีอัตราการลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาคธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ผ่านมา ก็เริ่มที่จะลดชั่วโมงการจ้างงานลง และอุตสาหกรรมรับจ้างนำชิ้นส่วนมาประกอบก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

“ถ้าหากอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้อยู่ที่ 2.93% การว่างงานอยู่ที่ 1%ก็ประมาณ 3.6 แสนคน จากกำลังแรงงาน 36 ล้านคน ในจำนวนนี้จะเป็นผู้จบปริญญาตรี 1 ใน 3 ของผู้ว่างงานหรือประมาณ 1 แสนคน” นายยงยุทธ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท