
เชื่อมั่นอุตฯต่ำสุดกว่า4ปีมองไม่เห็นอนาคต
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้สำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยผู้ประกอบการ 1,103 ราย ครอบคลุม 42 กลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งผู้ประกอบการขนาดย่อม ขนาดกลางและขนาดใหญ่ พบว่า ความเชื่อมั่นเดือน ก.พ. 2557 อยู่ที่ระดับ 85.7 ลดลงจากระดับ 86.9 ในเดือน ม.ค.
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้สำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยผู้ประกอบการ 1,103 ราย ครอบคลุม 42 กลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งผู้ประกอบการขนาดย่อม ขนาดกลางและขนาดใหญ่ พบว่า ความเชื่อมั่นเดือน ก.พ. 2557 อยู่ที่ระดับ 85.7 ลดลงจากระดับ 86.9 ในเดือน ม.ค.
ระดับความเชื่อมั่นที่สะท้อนออกมาถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 56 เดือน หรือ 4 ปี 8 เดือน นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2552 และเป็นระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำกว่า 100 เป็นเดือนที่ 20
สำหรับความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 98.4 ลดลงจากระดับ 100 ในเดือน ม.ค. โดยความเชื่อมั่นทั้งปัจจุบันและในอนาคตที่ลดลงเกิดจากการลดลงทุกองค์ประกอบทั้งยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุน และผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ผู้ประกอบการขนาดย่อมและขนาดกลางที่มีสัดส่วน 32% และ 49% ของกลุ่มตัวอย่างที่ถูกสำรวจมีความเชื่อมั่นลดลงเหลือ 80.2 และ 86.7 ตามลำดับ แต่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วน 27.1% ของกลุ่มตัวอย่าง มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 90.5
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกและภาคใต้มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น โดยมีส่วนสำคัญจากแรงหนุนการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่เน้นการส่งออกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 82 เพิ่มขึ้นจากระดับ 77.9 ในเดือน ม.ค. แต่กลุ่มที่เน้นการขายในประเทศความเชื่อมั่นลดลงมาอยู่ที่ 86.4 จาก 88.6 ในเดือน ม.ค.
“ความเชื่อมั่นโดยรวมที่ลดลงหลักๆ เกิดจากความกังวลต่อปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อและยังไร้ทางออก ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับกำลังซื้อที่ลดลงของภาคเกษตรทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมียอดขายลดลง ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ อีกทั้งต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น” พยุงศักดิ์ กล่าว
พยุงศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการกังวลเพิ่มขึ้นเทียบกับเดือนก่อนหน้าคือสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ และอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ส่วนที่กังวลลดลง คือราคาน้ำมันและสภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เริ่มทรงตัว
สำหรับประเด็นที่ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง และควรผลักดันการค้าชายแดนเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว
ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ข้อที่น่ากังวลในขณะนี้ คือ แม้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่จะมีความเชื่อมั่นดีขึ้นในเดือนล่าสุด แต่ใน 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ความเชื่อมั่นคาดการณ์ลดลงทั้งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ กลางและขนาดย่อม และทุกภูมิภาค ซึ่งหลักๆ มาจากความกังวลทางการเมืองที่มองไม่เห็นทางออก
ถ้าสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อออกไปจะกระทบจนไม่สามารถเยียวยาผู้ประกอบการได้ ส่วนกรณีที่ต้องเลือกตั้งใหม่ก็เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหาทางแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามกติกา เพื่อไม่ให้การเมืองเข้ามากระทบกับภาคเศรษฐกิจ







