
โลกมองไทย
สํานักข่าวต่างประเทศยังจับตาสถานการณ์การเมืองไทย หลังจากที่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย แต่ก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานสถานการณ์การเมืองไทยหลังจากที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศจะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมสลายการชุมนุม ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ จะมีทางเลือกอีกไม่มากสำหรับแก้ไขวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
โดยรอยเตอร์ส มองว่าตัวเลือกที่เหลืออยู่สำหรับนายกฯ อภิสิทธิ์ ในขณะนี้มี 2 ประการ คือ 1.นายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องรอให้กลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัวไปเอง ซึ่งทางเลือกนี้จะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน และจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ
สำหรับตัวเลือกที่ 2 คือ การใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งรอยเตอร์สมองว่าตัวเลือกนี้น่าจะเป็นของกองทัพมากกว่าเป็นแนวทางที่นายกฯ อภิสิทธิ์เลือก เพราะการใช้กำลังเข้าปราบปรามย่อมนำมาสู่เหตุการณ์นองเลือด และการสูญเสียชีวิตของทั้งฝ่ายรัฐและผู้ชุมนุม
นอกจากนี้ รอยเตอร์ส ยังมองว่าการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงนั้น ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าฝ่ายรัฐบาลจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะจากวิกฤตครั้งนี้อีกด้วย
ขณะที่รายงานจากรอยเตอร์สยังระบุถึงผลกระทบจากการชุมนุมต่อเศรษฐกิจไทยว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมีความรู้สึกด้านลบต่อเศรษฐกิจไทย และได้เทขายหุ้นไทยไปแล้วถึง 1.74 หมื่นล้านบาท
ซึ่งรอยเตอร์ส มองว่าสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดและไม่แน่นอนจะยิ่งส่งผลให้การเทขายหุ้นดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ตกลงตั้งแต่เดือน ก.พ.มี.ค. เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบ และมีความเป็นไปได้ว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง







