posttoday
รัซเซียปรับกลยุทธ์มุ่งเอเชียกระชับสัมพันธ์สู้แผนคว่ำบาตร

รัซเซียปรับกลยุทธ์มุ่งเอเชียกระชับสัมพันธ์สู้แผนคว่ำบาตร

24 มีนาคม 2557

ปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนื่องจนแทบจะเรียกได้ว่าทรุดฮวบ สำหรับสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์ในรัสเซียในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนื่องจนแทบจะเรียกได้ว่าทรุดฮวบ สำหรับสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์ในรัสเซียในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีไมเส็กส์เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ปรับดิ่งลงเกือบ 3% เพียงแค่ 2 ชั่วโมงหลังตลาดเปิดทำการซื้อขาย ขณะที่นับตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.นี้ ดัชนีไมเส็กส์ปรับตัวลดลงแล้วมากกว่า 10% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาขัดแย้งทางการเมืองในยูเครนที่ทำให้ชาติตะวันตกหันมาคว่ำบาตรรัสเซียอย่างจริงจัง

ไล่เรียงตั้งแต่อายัดทรัพย์บุคคลสำคัญในรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งขณะนี้รวมทั้งหมดแล้วกว่า 30 คน งดทำธุรกรรมกับธนาคารรายใหญ่ของแดนหมีขาว และพิจารณาร่างแผนโรดแมปเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย กระทั่งล่าสุด ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำจากสหรัฐ ประกาศปรับลดแนวโน้มเครดิตรัสเซียลงมาอยู่ที่ติดลบ จากสถานะเดิมคือ “มั่นคง” โดยให้เหตุผลว่าความน่าเชื่อถือทางเครดิตของรัสเซียมีความเสี่ยงจากวิกฤตในครั้งนี้

ทั้งนี้ ปัญหาที่เป็น “เผือกร้อน” ล่าสุดอยู่ภายในพื้นที่เขตปกครองตนเองไครเมีย ทางตะวันออกของยูเครนติดพรมแดนรัสเซีย ที่ชาวไครเมียลงมติเอกฉันท์ขอกลับคืนสู่อ้อมอกรัสเซีย โดยรัสเซียก็ยินดีอ้าแขนรับด้วยการผ่านร่างรับรองการแยกตัวของไครเมีย จุดชนวนความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้นำในชาติตะวันตกอย่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) จนต้องออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

สรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ขณะนี้รัสเซียกำลังโดนโดดเดี่ยวจากเหล่านานาประเทศในชาติตะวันตก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าและตลาดส่งออกที่สำคัญของรัสเซียจนน่าหวาดหวั่นว่าหากสถานการณ์ยิ่งยืดเยื้อ รัสเซียก็ย่อมมีแนวโน้มเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรที่เพิ่มระดับรุนแรงเข้มงวดมากขึ้น กระทั่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซียในที่สุด

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่สถานการณ์โดยรวมในปัจจุบันนี้ จะทำให้รัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน จะมีแนวโน้มเริ่มหันมากระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรในซีกโลกตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศจีน มหาอำนาจอันดับหนึ่งแห่งเอเชีย ที่มีนโยบายต่างประเทศชัดเจนว่าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องภายในของชาติพันธมิตร แถมจุดยืนที่มีต่อรัสเซียก็ยังคงเป็นมิตรไม่เปลี่ยนแปลง ยืนยันได้จากการที่จีนงดออกเสียงในการลงความเห็นของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา กรณีให้การลงมติของรัฐปกครองไครเมียเป็นโมฆะ จนผู้นำรัสเซียต้องยกหูคุยกับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เอ่ยปากขอบคุณเป็นการส่วนตัว

การเดินหน้าเข้าหาภูมิภาคเอเชียของรัสเซียนี้ เหตุผลแรกสุดก็เพื่อไม่ให้รัสเซียถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ซึ่งขัดต่อนโยบายต่างประเทศของรัสเซียเองที่ประธานาธิบดี ปูติน กล่าวไว้เมื่อครั้งขึ้นรับตำแหน่งผู้นำต่ออีก 1 สมัย ว่า ไม่ปรารถนาและไม่สามารถอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ได้ ขณะที่เหตุผลต่อมาซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่ทำให้ต้องหันหน้าหาตะวันออกของรัสเซีย คือ การป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจของตนเองโดนทำลายย่อยยับจากผลกระทบของการคว่ำบาตร

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายสำนักยอมรับว่าการที่เศรษฐกิจของรัสเซียเติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งทุกวันนี้ หลักๆ แล้วเป็นผลมาจากการที่ประเทศแห่งนี้ครอบครองแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ จนเรียกได้ว่ารัสเซียนับเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกหลักของโลกและมีตลาดส่งออกหลักคือยุโรป ซึ่งแน่นอนว่าทำให้รัสเซียไม่สามารถเลี่ยงความเสียหายจากการโดนคว่ำบาตรได้

อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณการส่งออกก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังสหภาพยุโรป (อียู) และตุรกีปีที่แล้วถึงขั้นสถิติสูงสุดรอบใหม่ที่ 162 ล้านลูกบาศก์เมตร กระนั้น ตัวเลขดังกล่าวก็ชดเชยได้จากคำสั่งซื้อน้ำมันของจีนที่ปีนี้แซงหน้าเยอรมนี การเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย หลัง โรสเนฟท์ ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของแดนหมีขาวไหวตัวทันด้วยการเดินหน้าเจรจาการค้ากับจีนจนสามารถบรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมที่จะส่งน้ำมันไปยังตะวันออกผ่านท่อส่งไซบีเรียตะวันออกมหาสมุทรแปซิฟิก และท่อส่งด้านคาซัคสถาน

เรียกได้ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกส่งผลกระทบแค่เจ้าหน้าที่อาวุโสหรือนักการเมืองคนสำคัญเพียงไม่กี่รายของรัสเซียเท่านั้น ขณะที่บริษัทน้อยใหญ่ของรัสเซียสามารถดำเนินการได้ตามปกติ โดยมีคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีนรอที่จะดำเนินการเจรจาหรือแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันเพิ่มเติม นอกเหนือจากด้านพลังงาน

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า จีนในขณะนี้กระตือรือร้นและสนใจลงทุนในด้านความมั่นคง โครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และสินค้าโภคภัณฑ์ในรัสเซียเป็นอย่างมาก แต่ติดขัดที่กฎระเบียบบางประการของทางรัฐบาลแดนหมีขาวที่สงวนไว้ไม่ให้จีนลงทุน แต่การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกอาจเร่งให้รัฐบาลรัสเซียคลายกฎเหล่านี้มากขึ้น เปิดทางให้มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับจีนขยายตัวเติบโต โดยปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าของสองประเทศโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 8.2% มาอยู่ที่ 8,100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยรัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกลำดับที่ 7 ของจีน และมีโอกาสที่จะขยับขึ้นเป็น 1 ใน 10 ของประเทศที่จีนจะนำเข้าสินค้า

ด้าน วาสิลีย์ คาชิน ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาแห่งสถาบันวิเคราะห์กลยุทธ์และเทคโนโลยี (ซีเอเอสที) แสดงความเห็นชัดว่า ยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกย่ำแย่เท่าใด ก็ยิ่งผลักดันให้รัสเซียอยากชิดใกล้กับชาติตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพญามังกรอย่างจีนมากขึ้นเท่านั้น เพราะถ้าหากได้รับการสนับสนุนจากจีน ก็จะไม่มีใครสามารถตราหน้ารัสเซียได้ว่าโดนตัดขาดจากประชาคมโลกอย่างสิ้นเชิง

ความเห็นข้างต้นสอดคล้องกับ ไบรอัน ซิมเบลอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทกฎหมายข้ามชาติมอร์แกน ลูอิส ประจำกรุงมอสโก ซึ่งกล่าวอย่างชัดเจนว่าบรรยากาศคุกรุ่นจากการคว่ำบาตรรัสเซีย เป็นเสมือนแรงผลักดันให้แดนหมีขาวหันหน้ากระชับสัมพันธ์กับจีนและชาติอื่นๆ ในเอเชียอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นอกเหนือการหันมาร่วมมือกับจีนมากขึ้นแล้ว รัสเซียยังเดินเกมรุกเข้าหาภูมิภาคเอเชีย โดยอาศัยพลังงานเป็นตัวนำ ซึ่งรัสเซียระบุชัดว่าจะเพิ่มปริมาณส่งออกน้ำมันและก๊าซมายังเอเชียเป็น 2 เท่า จากปัจจุบันภายใน 20 ปีข้างหน้า โดยมีการหารือเจรจาบ้างแล้วกับประเทศอินเดีย เวียดนาม เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่น ชาติพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ

ยืนยันได้จากกรณีที่ โรสเนฟท์ จับมือกับเหล่าบริษัทในญี่ปุ่นเพื่อร่วมลงทุนพัฒนาโครงการก๊าซแอลเอ็นจี เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคของตลาดที่ขณะนี้ญี่ปุ่นถือเป็นชาติที่บริโภคก๊าซแอลเอ็นจีมากที่สุดในโลก และยังมีการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นถึง 45% ในปี 2013

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ชาติในเอเชียมีท่าทีที่ค่อนข้างเป็นกลาง คือ ไม่ได้ต่อต้านการกระทำของรัสเซียต่อกรณีไครเมียอย่างรุนแรง หรือบางชาติเช่นอินเดีย ที่สื่อในประเทศรายงานว่ารัสเซียมีความชอบธรรมทางกฎหมายในกรณีไครเมีย ก็ยิ่งช่วยเปิดทางให้รัสเซียแสวงหาความร่วมมือจากเอเชียได้อย่างปลอดโปร่งมากขึ้น

ทั้งนี้ แม้จะยังไม่อาจสรุปได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างบรรดาชาติในเอเชียกับรัสเซียจะออกมาในรูปแบบใด แต่การที่สหรัฐและยุโรปพร้อมใจเมินรัสเซียด้วยมาตรการคว่ำบาตรเพื่อหวังให้รัสเซียยอมจำนนกรณียูเครนและไครเมีย น่าจะกลับกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้รัสเซียรุกเข้าหาเอเชียมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท