
ธปท.ไม่ห่วงงบปี"58ลุ้นรัฐเร่งสปีดเบิกจ่าย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือน มี.ค. 2557 ที่มีการรายงาน “ผลกระทบของการยุบสภาต่อการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีของภาครัฐ” ประเมินโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือน มี.ค. 2557 ที่มีการรายงาน “ผลกระทบของการยุบสภาต่อการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีของภาครัฐ” ประเมินโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า การยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา และจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในระยะต่อไปจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด โดยพบว่างบประมาณปี 2557 ส่วนใหญ่ยังสามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติ ขณะที่งบกลางสำรองจ่ายเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน และงบลงทุนอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ให้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการไว้จำกัด ตามมาตรา 181 ที่ห้ามอนุมัติงาน หรือการใช้จ่ายที่ผูกพันต่อ ครม.ชุดใหม่ ทำให้งบประมาณใช้จ่ายบางส่วนกระทบ ดังนี้
1.งบกลางสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งเดิมการเบิกจ่ายต้องขออนุมัติ ครม.ก่อน ฉะนั้นงบที่ยังไม่ยื่นขออนุมัติก่อนยุบสภาอาจไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจาก ครม.รักษาการอนุมัติไม่ได้ ยกเว้นได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (2)
2.งบลงทุนที่เป็นโครงการขออนุมัติใหม่ หรือต้องมีการเพิ่มวงเงินการก่อหนี้ หรือมีการเปลี่ยนแปลงรายการจากที่ได้รับอนุมัติไว้ จะต้องได้รับอนุมัติจาก ครม.อีกครั้งก่อน จึงจะเบิกจ่ายได้นั้น ในส่วนนี้อาจจะเบิกจ่ายไมได้ เพราะ ครม.รักษาการไม่สามารถสร้างหนี้ผูกพันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3) ได้
นอกจากนี้ ใน 4 เดือนแรกของงบประมาณปี 2557 ภาครัฐเบิกจ่ายงบแล้ว 1 ล้านล้านบาท จากกรอบงบประมาณ 2.525 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราเบิกจ่าย 37.5% แต่ในภาพรวม ธปท.คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ 90.5% ของงบทั้งหมด หรือประมาณ 2.283 ล้านล้านบาท
สำหรับงบประมาณปี 2558 มีแนวโน้มว่าจะล่าช้าออกไปหนึ่งไตรมาส แต่คาดว่ารัฐบาลจะเร่งรัดการใช้เงินงบประมาณได้ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ จากการตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการเบิกจ่ายดูแลเป็นการเฉพาะเหมือนที่เคยปฏิบัติมาในอดีต นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 เปิดช่องให้ระหว่างที่ยังไม่สามารถจัดทำงบประมาณ 2558 สามารถใช้กรอบงบประมาณของปี 2557 ไปพลางก่อนได้ อาทิ
1.รายจ่ายประจำ เพื่อให้การจ่ายเงินเดือนได้เป็นปกติ 2.รายจ่ายเงินลงทุนส่วนที่ผูกพันจากปีก่อน สามารถดำเนินการได้ 3.เงินอุดหนุน ดำเนินการได้เฉพาะส่วนของเงินอุดหนุนที่เคยให้ต่อเนื่อง 4.เงินเดือนที่ให้กับรัฐบาลท้องถิ่น ในยึดหลักเดียวกับข้อ 13
อย่างไรก็ตาม ในด้านทิศทางเศรษฐกิจปี 2557 แรงกระตุ้นทางการคลังลดลงจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะรายจ่ายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยคาดว่าปีงบประมาณ 2557 จะขาดดุลการคลัง 2.2% ของจีดีพี ใกล้เคียงปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราการเบิกจ่ายที่คาดว่าจะอยู่ 90.5% นั้น ลดลงจากการประเมินครั้งก่อน ทั้งงบประจำและงบลงทุน โดยเฉพาะงบกลาง ประเภทเงินสำรองจ่ายกรณีเร่งด่วนและจำเป็น
นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ ยังส่งผลให้กระบวนการเบิกจ่ายเงินโอนและเงินที่องค์กรปกรองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้รับจัดสรรและกำหนดแผนการใช้จ่ายสู่เศรษฐกิจล่าช้า รวมทั้งทำให้รัฐวิสาหกิจชะลอการลงทุนออกไปบางส่วน







