ห้องเรียนกลางมหาสมุทร
ไกลออกไปในโพ้นทะเล ลึกลงไปในมหาสมุทรยังมีสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งซึ่งงดงาม
ไกลออกไปในโพ้นทะเล ลึกลงไปในมหาสมุทรยังมีสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งซึ่งงดงามและสำคัญในฐานะโลกใต้น้ำ ซึ่งมีระบบนิเวศทางทะเลซึ่งหลากหลายที่สุด
แม้จะไม่สามารถดำน้ำลงไปสัมผัสด้วยตัวเอง แต่สารคดี เรื่อง Journey to the South Pacific ก็ทำให้คนดูได้เห็นความมหัศจรรย์นั้นด้วยตาทั้งสองข้าง
หนังเรื่องนี้นำเสนอภาพและเรื่องราวในปาปัวตะวันตก คนดูจะได้ร่วมเดินทางไปกับ จาวี หนุ่มน้อยวัย 13 ปี รวมทั้งเพื่อนๆ และเรือคาลาเบีย เพื่อเยือนบ้านของพวกเขาและมหาสมุทร ซึ่งเป็นบ้านของฉลามวาฬ เต่าทะเล ปลากระเบนราหู และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของท้องทะเลมากกว่า 2,000 สายพันธุ์
ภายใต้น้ำสีฟ้าสดใสของสามเหลี่ยมปะการัง (Coral Triangle) มีปลาทั้งหมด 40 เปอร์เซ็นต์ของสายพันธุ์ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก และ 75 เปอร์เซ็นต์ของสายพันธุ์ปะการังทั้งหมด มีเต่าทะเล 6 ใน 7 สายพันธุ์ของโลกอาศัยอยู่ รวมถึงเต่ามะเฟืองซึ่งใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับวาฬบรูดา ฉลามวาฬ และกระเบนราหูในสภาพแวดล้อมอันอุดมสมบูรณ์
ใต้น้ำมีความหลากหลาย บนบกก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน รัฐเอกราชปาปัวนิวกินีเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างประเทศออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทำให้ในอดีตถูกหลายชาติครอบครองไม่ว่าจะอังกฤษ เยอรมนี หรือออสเตรเลีย
คนพื้นเมืองที่นี่คือ ชาวปาปัว นอกจากนั้นยังมีหลายเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันและมีภาษาถิ่นมากกว่า 800 ภาษา นี่จึงเป็นอีกหนึ่งดินแดนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา ประเพณี วัฒนธรรมและความเชื่อ ก่อเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างที่ถูกถ่ายทอดออกมาในหนัง
กำกับโดย เกร็ก แม็คกิลลิฟเรย์ (เจ้าของผลงาน The Living Sea, Dolphins และ Everest) และ สตีเฟน จัดสัน (Everest, The Alps) นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ชาวออสเตรเลีย เคต บลันเชตต์ มาให้เสียงประกอบ ในการทำงานใต้น้ำ ตากล้องแบ่งออกเป็น 4 ทีม พวกแบกอุปกรณ์ถ่ายทำดำลงไปในน้ำ ใช้เวลาทั้งหมดราว 65 ชั่วโมงเพื่อบันทึกภาพ
ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนได้ล่องลอยอยู่ในโลกใต้ทะเล ได้เป็นประจักษ์พยานว่าชีวิตของชาวปาปัวได้พัฒนาความสัมพันธ์พิเศษกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างไร ในหนัง จาวี และเด็กๆ คนอื่นได้ออกเดินทางไปกับเรือคาลาเบีย เรือหาปลาที่กลายมาเป็นห้องเรียนลอยน้ำเพื่อออกสำรวจสนามหลังบ้านของตัวเองเพื่อค้นพบสมบัติทางธรรมชาติซึ่งเอื้อกับการดำรงชีวิตของพวกเขา
“ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับเรือคาลาเบียแล้วรู้สึกทึ่ง นี่เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่สุดยอด ในเกาะที่ระบบการศึกษาไม่มีประสิทธิภาพนัก ครูที่จะไปทำงานในหมู่บ้านมีน้อย การให้ข้อมูลเกี่ยวกับมหาสมุทรก็ยิ่งมีจำกัด พวกเขาไม่มีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ พวกเขาไม่มีหนังสืออ่าน ไม่มีโทรทัศน์ดู ดังนั้น คาลาเบียจึงมีประโยชน์อย่างมากที่จะทำให้เด็กๆ ชื่นชมทะเลในรูปแบบใหม่และเข้าใจคุณประโยชน์ของความหลากหลาย ทำให้เด็กๆ รู้ว่า ถ้าจับสัตว์ตัวหนึ่งไปจากมหาสมุทรมันจะมีผลกระทบต่อสิ่งอื่นอย่างไร” เกร็ก แม็คกิลลิฟเรย์ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาอยากทำหนังเรื่องนี้
โครงการห้องเรียนลอยน้ำนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2007 ดำเนินการโดยองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรร่วมด้วยหน่วยงานอนุรักษ์ระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สังคมมีความรับผิดชอบดูแลธรรมชาติรวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกอย่างยั่งยืนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ
เรือคาลาเบียจะเดินทางจากเกาะหนึ่งสู่เกาะหนึ่งในแถบปาปัวตะวันตกเพื่อให้ความรู้กับเด็กหนุ่มสาวในหมู่บ้าน เพื่อให้พวกเขาเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและรู้จักวิธีปกปักรักษา การเรียนของเด็กๆ เต็มไปด้วยเรื่องสนุก ไม่ว่าจะเล่นเกม ร้องเพลง หรือดูวิดีโอ เพื่อค่อยๆ ทำให้เด็กๆ ซึมซาบและเข้าใจว่า พวกเขามีหน้าที่ปกป้องรักษาบ้านของตัวเอง
เพื่อที่จะทำให้เด็กๆ ซึมซาบและเข้าใจว่า บ้านของพวกเขาคือ มหาสมุทรซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพของโลกทั้งใบ
Journey to the South Pacific เป็นหนังเรื่องที่ส่งความรู้สึกดีๆ รวมทั้งประกายแห่งความหวังไปสู่ผู้ชม ตามความตั้งใจของ เกร็ก แม็คกิลลิฟเรย์
“สิ่งที่ผมต้องการคือ ทำให้คนตกหลุมรักมหาสมุทรและผู้คนในพื้นที่ รวมทั้งเข้าใจถึงความสำคัญของมหาสมุทรที่มีต่อชาวเกาะและพวกเราทุกคนบนพื้นดิน มหาสมุทรเป็นพื้นที่ 71 เปอร์เซ็นต์ของโลก เป็นแหล่งผลิตออกซิเจน นั่นจึงชัดเจนว่า การทำให้มหาสมุทรมีความสุขเป็นสิ่งสำคัญ”


