
หยุดทำร้ายประเทศ
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลอบยิง หรือขว้างระเบิดในตามสถานที่ต่างๆ
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลอบยิง หรือขว้างระเบิดในตามสถานที่ต่างๆ ทั้งบริเวณการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.สวนลุมพินี และบ้านพักแกนนำทางการเมืองฝ่ายต่างๆ รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุด เมื่อค่ำวันที่ 21 มี.ค. กรณีคนร้ายได้ก่อเหตุขว้างระเบิดและยิงเอ็ม 79 ในเวลาใกล้เคียงกันถึง 3 จุด จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คนนั้น ต้องขอประณามพฤติกรรมการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และไม่ควรเป็นพลเมืองของประเทศไทย เพราะได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล และยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้ดูประหนึ่งว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยความขัดแย้งแห่งสงคราม
ทั้งนี้ ฝ่ายใดก็ตามที่ได้กระทำการด้วยการใช้วิธีความรุนแรงดังกล่าว ต้องขอวิงวอนให้หยุดยั้งการกระทำนั้นเสีย เพราะความรุนแรงไม่ได้ช่วยให้การแก้ปัญหาของประเทศดีขึ้นได้ ในทางกลับกันมีแต่ผลเสียที่จะตกแก่ประโยชน์ประเทศชาติ
การสร้างสถานการณ์ที่ จ.เชียงใหม่ นั้นสะท้อนให้เห็นว่าขณะนี้ความรุนแรงสามารถรุกล้ำไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยได้อย่างง่ายดายแล้ว และยิ่ง จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่รู้จักไปทั่วโลก แรงสะเทือนจากระเบิด 3 จุดในคืนเดียวกันนั้น ย่อมสร้างความเสียหายในด้านท่องเที่ยวไปไม่น้อย
ลำพังเหตุเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ บ้านเมืองก็เสียหายหนักพอควรแล้ว แต่เหมือนกลุ่มคนร้ายยังไม่พอใจ...ยังต้องการสร้างความเสียหายให้แผ่ขยายวงกว้างออกไปให้บ้านเมืองเสียหายมากเข้าไปอีก
อย่าลืมว่า ในเดือนหน้าจะมีเทศกาลมหาสงกรานต์ ซึ่ง จ.เชียงใหม่ ขึ้นชื่อเลื่องลือไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศต่างวางแผนต้องการมาเยือนในช่วงเวลาสงกรานต์อย่างมาก ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินมหาศาลที่นักท่องเที่ยวจะมาจับจ่ายในช่วงดังกล่าวไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นกอบเป็นกำ
ยิ่งประเทศสิงคโปร์อาศัยจังหวะความขัดแย้งของคนไทย ประกาศจะจัดเทศกาลสงกรานต์แข่งกับประเทศไทยอีก หากมีเหตุความรุนแรงแผ่ขยายไปถึง จ.เชียงใหม่ ผลกระทบย่อมตามมามากมายอย่างแน่นอน นักท่องเที่ยวอาจจะยกเลิกเพราะหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย รายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมหาศาลคงจะหดหายไปพริบตา ประเทศไทยก็จะย่อยยับอับจน
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ทางรัฐบาลจะต้องหันมาเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น ถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ ผู้นำรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมา ในขณะที่หน่วยงานหลักอย่างตำรวจ ก็ไม่ควรจะนิ่งนอนใจ ต้องเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้น สถาบันตำรวจจะยิ่งถูกดูหมิ่นดูแคลนจนไม่มีศักดิ์ศรีที่จะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎ์อีกต่อไป







