
พายุถล่มกาฬสินธุ์-อุดรฯบ้านพังยับ
กาฬสินธุ์-พายุฤดูร้อนถล่มซ้ำเมืองกาฬสินธุ์บ้านพังกว่า 300 หลังคาเรือน ขณะที่อุดรธานีบ้านพัง 422 หลัง
กาฬสินธุ์-พายุฤดูร้อนถล่มซ้ำเมืองกาฬสินธุ์บ้านพังกว่า 300 หลังคาเรือน ขณะที่อุดรธานีบ้านพัง 422 หลัง
พายุฤดูร้อนยังคงพัดกระหน่ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ส่งผลทำให้หลายจังหวัดได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่น ที่จ.กาฬสินธุ์เกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่หลายอำเภอ ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนชาวบ้านอย่างหนัก ล่าสุดพบว่าพายุฤดูร้อนได้สร้างความเสียหายกับบ้านเรือนชาวบ้านไปแล้ว 9 อำเภอ กว่า 300 หลังคาเรือน ประกอบด้วย อ.นาคู 185 หลัง อ.หนองกุงศรี 60 หลัง อ.ร่องคำ 17 หลัง อ.ท่าคันโท 8 หลัง อ.เมือง 6 หลัง อ.สามชัย 3 หลัง อ.นามน 12 หลัง อ.สมเด็จ 24 หลัง และอ.กมลาไสย 2 หลัง และคาดว่าจะมีบ้านเรือนของประชาชนเสียหายอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดของอำเภอต่างๆและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ทั้งนี้ยังพบว่าแรงลมของพายุฤดูร้อนได้พัดหลังคาบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหาย ส่วนใหญ่หลังคาหลุดปลิวออกไป โดยเฉพาะโรงสีข้าวนางบุญมี ดวงภูเมธ ชาวบ้านภูแล่นช้าง หมู่ 1 ต.ภูแล่นช้าง ซึ่งยังถูกแรงลมพัดเอาหลังคาปลิวไปไกลกว่า 20 เมตร โดยชาวบ้านได้บอกว่าแรงลมพายุมีลักษณะคล้ายกับลมหมุนหอบเอาโครงหลังคาไปทั้งหมด และยังพบว่าหลังคายุ้งฉางข้าวของชาวบ้านยังถูกแรงลมพัดปลิวเสียหาย ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งนำหลังคาสังกะสีมาซ่อมแซมเพราะเกรงว่าฝนอาจจะตกอีกจะทำให้ข้าวที่เก็บไว้ได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำได้เพียงช่วยได้เบื้องต้นและทำการสำรวจเท่านั้น เนื่องจากขาดงบประมาณจากส่วนกลาง ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องซื้อวัสดุอุปกรณ์ และลงมือซ่อมแซมบ้านเรือนของตัวเอง เพื่อให้มีที่อยู่อาศัย พร้อมกับวอนให้หน่วยงานราชการเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน
ขณะที่จ.อุดรธานี พายุฤดูร้อนพร้อมฝนฟ้าคะนอนและลมกระโชกแรงถล่มเชิงเขา "ภูฝอยลม" แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ อ.หนองแสง ละพัดจากทิศตะวันตกมาทิศตะวันออก ผ่าน 8 หมู่บ้าน ต.หนองแสง บ้านพังเสียหาย 154 หลังคาเรือน , 11 หมู่บ้าน ต.ทับกุง บ้านพังเสียหาย 260 หลังคาเรือน และ ต.แสงสว่าง ต.นาดี บ้านพังเสียหาย 8 หลังคาเรือน รวม 422 หลังคาเรือน และต้นยาพารา 420 ต้นหรือรา 120 ไร่
ขณะที่สถานที่ราชการก็ได้รับความเสียหาย คือ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ.หนองแสง ต้นไม้หักทับสิ่งปลูกสร้างเสียหาย, สนง.เทศบาลตำบลทับกุง เพดานด้านนอกและในอาคารพังเสียหาย , ป้ายติดประกาศประจำหน่วยเลือกตั้ง สว. ทั้งบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ และปิดประกาศผู้สมัคร สว. นอกจากนี้ยังมีวัดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ "วัดป่ากกโพธิ์" หมู่ 1 ต.ทับกุง ศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ กว้าง 16 เมตร ยา 35 เมตร ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ล้มพับพงลงมากองที่พื้น ทับพระพุทธรูปหินทรายสลัก ปรางค์นาคปรก
พระแสงทอง ปัญญาวชิโร รักษาการเจ้าอาวาส กล่าวว่า วัดป่าแห่งนี้สร้างมา 3 ปี บนพื้นที่ญาติโยมถวายเนื้อที่ 15 ไร่ โดยได้รับศรัทธาจากญาติโยม ที่สร้างเจดีย์บ้านแชแล ริมทะเลบัวแดง อ.กุมภวาปี ซึ่งทะยอยสร้างตามกำลังศรัทธา ด้วยเสาคอนกรีต ลาดพื้นคอนกรีต โครงหลังคาเหล็ก ใช้ปัจจัยไปมากกว่า 3 ล้านบาท ญาติโยมจาก จ.ขอนแก่น ถวายพระพุทธรูปมาเป็นองค์ประธาน กำลังจะก่อสร้างฝาผนัง ก็มาเกิดเหตุลมพายุพัดล้มลง
"ที่วัดป่ากกโพธิ์แห่งนี้ มีพระจำพรรษาอยู่ 1 รูป และสามเณร 2 รูป บางครั้งจะมีพระสงฆ์จากวัดแถบ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี มาจำวัดอยู่ด้วยเป็นระยะ เมื่อวานช่วงเย็นฟ้ามืดลงเร็วมาก จากนั้นก็มีลมพัดมาจากทางภูฝอยลม และแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว พระกับเณรได้ไปหลบอยู่ที่ศาลาเล็ก เพราะศาลาใหญ่ และกุฏิ เมื่อถูกแรงลมพัดจะเขย่าแรงมาก ขณะที่ลมพายุที่รุนแรงกระแทบมาอีกครั้ง ศาลาใหญ่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ก็ล้มลงไปทางทิศตะวันออกตามแรงลม "







