
ต่างชาติชี้อัตราเกิดไทยลดจะเป็นปัญหาในอนาคต
อัตราการเกิดของประเทศไทยในปัจจุบันที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความกังวลกันว่าประเทศไทยเข้าสู่ภาวะแรงงานลดลงและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่อาจจะเป็นปัญหาในอนาคต
อัตราการเกิดของประเทศไทยในปัจจุบันที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความกังวลกันว่าประเทศไทยเข้าสู่ภาวะแรงงานลดลงและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่อาจจะเป็นปัญหาในอนาคต
เจมส์ ฮุกเวย์ แห่งหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ปัญหาอัตราการเกิดต่ำจะไม่จำกัดเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วอีกต่อไป เพราะประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศก็กำลังประสบปัญหาอัตราการเกิดลดลงอย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยมีอัตราการเกิดโดยเฉลี่ยอยู่ที่เด็ก 1.6 คนต่อแม่ 1 คน ขณะที่ในช่วงทศวรรษที่ 1970 อัตราการเกิดโดยเฉลี่ยอยู่ที่เด็ก 7 คนต่อแม่ 1 คน
กรณีดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ประชากรวัยแรงงานขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกต่อไป ส่งผลให้อุตสาหกรรมสิ่งทอจากต่างชาติต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นที่มีค่าแรงถูกกว่า เช่น กัมพูชา และบังกลาเทศ ที่อัตราการเกิดยังคงสูงและค่าเฉลี่ยอายุประชากรยังต่ำอยู่ ขณะที่ประเทศที่มีแรงงานมีทักษะและกำลังการผลิตสูงอย่างเวียดนามก็มักดึงดูดการลงทุนได้มากกว่าไทย
อัตราการเกิดต่ำยังส่งผลให้สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ทำให้การเลี้ยงดูบิดามารดาในวัยชราตามประเพณีดั้งเดิมของไทยต้องเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากประชากรผู้สูงอายุที่มีเยอะขึ้น ทำให้ประชากรวัยแรงงานต้องรับภาระการเลี้ยงดูมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ทางรัฐบาลต้องมองหาช่องทางใหม่ที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้
ฮุกเวย์ ยังได้ไปสัมภาษณ์ผู้คนในชนบทของประเทศไทยในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าแม้แต่ผู้สูงอายุตามชนบทของประเทศไทยต้องหันมาพึ่งตนเองมากขึ้น
“เมื่อก่อนคนในหมู่บ้านมักใช้เวลาว่างไปกับการเดินเล่น พูดคุยกัน และเล่นล็อตเตอรี่ ระหว่างที่รอให้ลูกหลานส่งเงินมาให้จากกรุงเทพฯ หรือที่อื่น” เฉลิม พันริน วัย 54 ปี จากหมู่บ้านตำตาเข็ม กล่าวพร้อมเสริมว่า แต่ในปัจจุบันคนในหมู่บ้านต้องหันมาทำงานเองเพื่อประกันอนาคตของตนเอง
กรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ทว่า ยังเกิดในประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ด้วย อาทิ บราซิล เม็กซิโก ในหลายส่วนของอินเดียและประเทศสมาชิกอาเซียน นับเป็นความเคลื่อนไหวที่นักประชากรศาสตร์กำลังเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด
“ปรากฏการณ์ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น กำลังเกิดขึ้นเกือบทุกหนทุกแห่งบนโลก และเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่หลายคนคิด ซึ่งหากรัฐบาลไม่ตระหนักถึงปัญหานี้ สุดท้ายกรณีดังกล่าวอาจกลายเป็นวิกฤตได้” บาบาตุนเด ออสติเมฮิน กรรมการบริหารจากโครงการประชากรของสหประชาชาติ กล่าว
ฮุกเวย์ รายงานต่อไป อัตราการเกิดที่ลดลงนับเป็นทั้งโอกาสและวิกฤตในเวลาเดียวกัน โดยในข้อดีสามารถช่วยลดการบริโภคทรัพยากรของชาติได้ อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักระบุตรงกันว่า การลดลงของอัตราการเกิดอาจส่งผลกระทบให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เช่น ในญี่ปุ่นที่ต้องติดอยู่ในภาวะเงินฝืดนานนับทศวรรษ
นอกจากนี้ ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศกำลังเริ่มพิจารณาการวางแผนประชากรของประเทศใหม่ อาทิ จีนเริ่มที่จะผ่อนคลายนโยบายลูกคนเดียว เพื่อหวังเพิ่มจำนวนประชากรวัยแรงงานของประเทศให้มากขึ้น







