
ต้องรณรงค์เลือกสว.
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. 76 จังหวัด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มี.ค.นั้น เป็นกระบวนการที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้กำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ของ สว. ในการสร้างกลไกเพื่อนำพาประเทศก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในหลายประการดังนี้
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. 76 จังหวัด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มี.ค.นั้น เป็นกระบวนการที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้กำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ของ สว. ในการสร้างกลไกเพื่อนำพาประเทศก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในหลายประการดังนี้
หนึ่ง การกลั่นกรองกฎหมายเพื่อให้การออกกฎหมายเป็นไปด้วยความรอบคอบ รัดกุม และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สอง การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร โดยสามารถตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษางานด้านต่างๆ และเสนอแนะต่อรัฐบาล
สาม ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้น
สี่ การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูง ทั้งด้านบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เป็นไปด้วยความระมัดระวังและเป็นธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
จากอำนาจหน้าที่อันสำคัญของ สว.ดังกล่าว จำเป็นที่จะได้ สว.ที่มีคุณภาพ ทั้งความรู้ ความสามารถ มีผลงาน มีประวัติการทำงานดี ไปจนถึงความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ไม่เป็นร่างทรงหรืออยู่ในอาณัติของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเหมือนในอดีตที่ผ่านมาที่ สว.ถูกกล่าวหาเป็นสภาทาสหรือสภาผัวเมีย
ยิ่งในวันที่การเมืองถูกดันไปจนตกอยู่ในสภาพสุญญากาศ “วุฒิสภา” จะมีส่วนสำคัญกับการชี้ทิศทางว่าจะนำพาประเทศไปทิศทางใด
ทว่าจนถึงขณะนี้เหลือเพียงอีกแค่สองวันจะถึงวันเลือกตั้ง สว.ล่วงหน้า และเหลือเพียงแค่อีก 1 สัปดาห์จะถึงวันเลือกตั้ง สว. 30 มี.ค. กลับยังไม่พบการตื่นตัวของประชาชน ประชาชนหลายพื้นที่ยังไม่รู้ว่ามีใครลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว.ในจังหวัดของตัวเองบ้าง หรือผู้สมัครแต่ละคนเป็นใครมาจากไหน มีความรู้ความสามารถอย่างไร นี่จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของ กกต. ที่จะต้องเร่งดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของการเลือกตั้ง สว.นั้น มีข้อจำกัดในการหาเสียงที่เข้มงวดกว่าการเลือกตั้ง สส. คือหาเสียงด้วยตัวเองไม่ได้ ดังนั้น กกต.จังหวัดย่อมต้องมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประวัติของผู้สมัครอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิได้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกคนดีเข้าไปทำหน้าที่
ท่ามกลางบรรยากาศขัดแย้งรุนแรงจนหลายคนเอือมระอาการเมือง กกต.ยิ่งต้องเพิ่มน้ำหนักการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สว. มากยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่เช่นนั้นการเมืองไทยก็ไม่พ้นวงจรอุบาทว์







