
เอาผิดผู้บริหารคนคุมโกดัง
อคส.เอาจริงสั่งพักงานย้ายหัวหน้าคลังคดีข้าวถุงพ่นพิษใส่จนรัฐเสียหายยับ
อคส.เอาจริงสั่งพักงานย้ายหัวหน้าคลังคดีข้าวถุงพ่นพิษใส่จนรัฐเสียหายยับ
อคส.สั่งแขวนงานรองผู้อำนวยการเซ่นถูกร้องเรียนทุจริตข้าวถุง พร้อมล้างบางหัวหน้าคลังสินค้า 12 จังหวัด
นายชนุตปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ลงนามในคำสั่งให้ผู้บริหารของ อคส.ในระดับรองผู้อำนวยการ อคส. 1 ราย พักงานเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับข้อมูลว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการนำข้าวสต๊อกรัฐบาลไปจัดทำข้าวถุงเพื่อช่วยประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากคณะกรรมการ 3 ชุด ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกพักงานยังไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริต แต่เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างราบรื่น จึงต้องพักงานไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ และหากผลสอบออกมาแล้วพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญา
นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งโยกย้ายตำแหน่งในระดับหัวหน้าคลังสินค้าใน 12 จังหวัด ซึ่งหัวหน้าคลังที่ถูกโยกย้ายครั้งนี้ เนื่องจากมีการปฏิบัติงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการใช้อิทธิพลในพื้นที่ทำให้เกิดการทุจริตได้ง่าย จึงต้องมีการโยกย้าย เพื่อสลับตำแหน่งให้เกิดความเหมาะสมกับการทำงาน และจากการที่เปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าโกดังเพื่อเก็บข้าวสารสต๊อกรัฐบาลมาเป็นสัญญารับฝาก ก็ทำให้การทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในปีนี้ลดน้อยลง
“ข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับการทุจริตรับจำนำข้าวในแต่ละพื้นที่ พบว่าหัวหน้าคลังสินค้าก็มีส่วนที่จะเกิดพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตได้ง่าย และการที่ผมสั่งหมุนเวียนตำแหน่ง ก็ทำให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวลดน้อยลง ดูได้จากสถิติการร้องเรียนในปีนี้ลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และอาจมีการสับเปลี่ยนเพิ่มเติม” นายชนุตปกรณ์ กล่าว
คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้สรุปผลการดำเนินคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 โดยปี 2554 จำนวน 2 คดี มีผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ปี 2555 จำนวน 113 คดี ผู้ต้องหา 207 ราย ปี 2556 จำนวน 127 คดี ผู้ต้องหา 179 ราย ปี 2557 จำนวน 8 คดี ผู้ต้องหา 13 ราย รวม 250 คดี ผู้ต้องหา 401 ราย ความสูญเสียของสต๊อกข้าวสาร 850 ล้านตัน มีปริมาณข้าวได้รับความเสียหาย 6.6 หมื่นตัน







