
กาฬสินธุ์-อุดรฯอ่วมพายุฤดูร้อน
กาฬสินธุ์-พายุฤดูร้อนถล่ม 4 อำเภอเมืองน้ำดำพัง 212 หลังขณะที่อุดรฯ2 อำเภอเจอบ้านเสียหาย253หลังคาเรือน
กาฬสินธุ์-พายุฤดูร้อนถล่ม 4 อำเภอเมืองน้ำดำพัง 212 หลังขณะที่อุดรฯ2 อำเภอเจอบ้านเสียหาย253หลังคาเรือน
เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์(ปภ.) รายงานว่า พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในหลายอำเภอจ.กาฬสินธุ์ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาส่งผลทำให้บ้านเรือนเสียหายถึง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ร่องคำ อ.หนองกุงศรี อ.นามน และอ.เมือง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนักถึง 21 หลังคาเรือน และจากรายงานในเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในอีก 3 อำเภอรวมกว่า 121 หลังคาเรือน และยังพบว่าเกิดปัญหาการช่วยเหลือที่ไม่ทั่วถึงและล่าช้า ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรที่ได้รับความเสียหาย ไม่มีที่พักพิง
นายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือ ในฐานะ ผู้อำนวยการช่วยเหลือภัยพิบัติ จะเป็นหน้าที่ของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในแต่ละพื้นที่ จะมีหน้าที่เข้าแก้ไขปัญหาให้เฉพาะหน้า และหากไม่สามารถดำเนินการได้จึงจะทำการร้องขอมายังทางจังหวัด อย่างไรก็ตามในระยะนี้หากเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ก็ขอให้ประชาชนระวัง พายุฟ้าผ่า ซึ่งไม่ควรสวมเครื่องประดับหรือมือถือออกจากบ้านในขณะที่สภาพอากาศแปรปรวน
ขณะที่นายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.อุดรธานี ได้รับรายงานจากหลายพื้นที่โดยเฉพาะ อ.หนองวัวซอ และ อ.กุมภภาปี ประสบเหตุ "พายุฤดูร้อน" ฝนตกฟ้าคะแนน ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก เมื่อช่วงเย็นและหัวค่ำของคืนที่ผ่านมา บ้านเรือนราษฎรเสียหาย 253 หลังคาเรือน พืชผลทางการเกษตร ยางพารา ผมไม้ พืชผัก กำลังเร่งสำรวจ และไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง โดยไม่มีรายงานมีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นเหตุเกิดขึ้นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้
ทั้งนี้โดยเฉพาะที่บ้านหนองบัวบาน หมู่ 2 , หมู่ 3 และ บ้านโพธิ์วารี หมู่ 9 เทศบาลตำบลหนองบัวบาน อ.หนองวัวซอ ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้ง 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรเสียหายเป็นทางยาว จากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ลงไปที่อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง บ้านเรือนส่วนใหญ่เสียหายจาก หลังคาสังกะสีถูกลมพัดหลุดจากหลังคา บางหลังมีต้นไม้หักโค่นทับบ้าน และมีอาคารโรงงานของชาวบ้าน 1 หลัง ลมพัดฝาพนังคอนกรีตพัง รวมความเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน ขณะสวนยางพารา และสวนผัก เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้างเช่นกัน
นายแก้ว ยอดคีรี ชาวบ้านโพธิ์วารี กล่าว ขณะอยู่บ้านคนเดียวได้เกิดฝนตกพายุพัดรุนแรง เริ่มจากท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว แล้วมีพายุหมุนพัดเข้าใส่บ้าน ไฟฟ้าก็ดับลงทุนที จึงวิ่งจากระเบียงบ้านไปหลบที่เสาข้างครัว พายุหมุนพัดนานอยู่ราว 15 นาที หลังคาก็หลุดออกไปที่ละชิ้น ทำอะไรไม่ถูกนอกจากสวดมนต์ เมื่อหมดพายุหมุนก็มีพายุธรรมดาอีก 15 นาที เห็นว่าปลอดภัยก็ออกมาที่ระเบียง รอจนลูกหลานกลับมาเก็บบ้าน
นายพงษ์เทพ แก้วทะเล ผู้ใหญ่บ้านโพธิ์วารี กล่าวว่า พายุพัดมาจาก ต.หนองวัวซอ เป็นพายุหมุนและพายุลมแรงมีฝนตกกว่า 30 นาที พักเข้าใส่บ้านหนองบัวบาน หมู่ 1 , หมู่ 2 และ หมู 3 พัดต่อมาที่บ้านโพธิ์วารี ก่อนจะพัดลงไปที่อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ต้นไม้ใหญ่หักทับสายไปขาด ไม่มีไฟฟ้าใช้ตลอดทั้งคืน จนสายๆของวันนี้ยังซ่อมแซมไม่เสร็จ ทั้งคืนชาวบ้านได้ช่วยกันตัดต้นไม้ เก็บสะอาดทางสาธารณะ รวมทั้งพืชผลทางการเกษตร สวนยางพารา สวนมะม่วง และแปลงผัก โดยเฉพาะแปลงบวบ(ขัดผิว)
นายโชคชัย วัฒนกุล นายอำเภอหนองวัวซอ กล่าวว่า ได้เร่งให้ความช่วยเหลือราษฎร และสำรวจความเสียหายตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งบางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ตลอดทั้งคืน ภายในวันนี้จะเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายล่าสุด มีพื้นที่ หมู่ 1, 2,3,5,7 และ 9 ต.หนองบัวบาน 145 หลังคาเรือน , หมู่ 1,4,5,6 และ7 ต.หมากหญ้า 8 หลังคาเรือน และ หมู่ 2,4,5,6,8 และ 9 ต.หนองวัวซอ 83 หลังคาเรือน รวม 236 หลังคาเรือน ส่วนความเสียหายอื่น อาทิ ยาพารา พืชสวน พืชผัก กำลังอยู่ระหว่างสำรวจ







