
โหมตลาด...ดึงทัวร์ลุยเที่ยวไทย
ทันทีที่รัฐบาลยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และฮ่องกงลดระดับคำเตือนมาประเทศไทยเหลือแค่ระดับสีเหลือง ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการท่องเที่ยวของไทยอย่างยิ่ง และทำให้เอกชนจัดทำเคมเปญกระตุ้นตลาดเป็นการใหญ่
ทันทีที่รัฐบาลยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และฮ่องกงลดระดับคำเตือนมาประเทศไทยเหลือแค่ระดับสีเหลือง ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการท่องเที่ยวของไทยอย่างยิ่ง และทำให้เอกชนจัดทำเคมเปญกระตุ้นตลาดเป็นการใหญ่
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แอตต้าจะส่งโหมทำการตลาดอย่างเต็มที่เพื่อเร่งดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ทันเทศกาลสงกรานต์ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ แม้ว่าจะมีระยะเวลาในการทำการตลาดไม่มากนัก แต่ตั้งเป้าไว้ว่า ในระยะสั้นนี้น่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวันและญี่ปุ่น ให้กลับมาได้ไม่น้อยกว่า 10-20%
สำหรับแนวทางที่แอตต้าจะเร่งทำในช่วงนี้ มี 2 แนวทางหลักๆ คือ 1.เร่งเดินสายโรดโชว์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐทำการตลาดในกลุ่มประเทศเป้าหมายอย่าง จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่นและเกาหลี และ 2.เชิญสื่อและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจากประเทศเป้าหมาย ให้เดินทางเข้ามาดูสภาพการท่องเที่ยวที่แท้จริงในไทย เพื่อให้เห็นว่าสถานการณ์ไม่ได้น่ากังวลอย่างที่มองมาจากข้างนอก
ด้าน จิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เริ่มคลี่คลาย จะทำให้การท่องเที่ยวในภาพรวมฟื้นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่จะเดินทางเข้ามาไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและนิยมซื้อสินค้าที่ระลึกหรือไลฟ์สไตล์ในไทย
“หากภาพรวมการท่องเที่ยวฟื้นคืนกลับมาเร็ว จะส่งผลให้อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในประเทศ กลับสู่ภาวะปกติได้ในไตรมาส 3 และทำให้ตลาดสินค้าของขวัญของที่ระลึกหรือไลฟ์สไตล์ มีอัตราการเติบโตคงที่เท่ากับปี 2556 ที่มีมูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์อยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท ทั้งยังส่งผลดีต่อผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านราย” จิรบูลย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาผู้ผลิตต่างได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมือง สมาพันธ์ฯ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ เช่น การส่งเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการด้านต่างๆ อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษ รวมทั้งการหาตลาดใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ
สำหรับกรณีที่สิงคโปร์เตรียมจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่สิงคโปร์ กุลณี อิศดิศัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การจดลิขสิทธิ์เทศกาลสงกรานต์เป็นเรื่องยาก เพราะเทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณีส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ของหลายชาติในภูมิภาคนี้ เช่น ไทย กัมพูชา พม่า ชาวไตแถบเวียดนาม มณฑลยูนนานของจีน ศรีลังกา และทางตะวันออกของอินเดียมาแต่โบราณแล้ว แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล เพราะสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดในสายตาชาวโลก คือ สงกรานต์ในประเทศไทย
“การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในสิงคโปร์น่าจะส่งผลดีต่อไทย เพราะจะกระตุ้นและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์ในแบบฉบับของไทย แต่ประเด็น ที่ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ คือ ทำให้คนไทยและต่างชาติเห็นความงดงามอันเป็นต้นแบบของประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน และความเป็นของแท้ดั้งเดิม” กุลณี กล่าวทิ้งท้าย







