
ศอฉ.สั่งตัดน้ำไฟเส้นทางคมนาคม
ศอฉ.ออกมาตรการกดดันเสื้อแดงห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ยานพาหนะสั่งตัดไฟ,น้ำสัญญาณโทรมือถือรอบพื้นที่ราชประสงค์
ศอฉ.ออกมาตรการกดดันเสื้อแดงห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ยานพาหนะสั่งตัดไฟ,น้ำสัญญาณโทรมือถือรอบพื้นที่ราชประสงค์
เมื่อเวลา20.45 น.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ
เรื่อง ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ เภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้ว นั้น
เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติได้โดยเร็ว และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะในพื้นที่ที่มีการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย อาศัยอำนาจตามข้อ 3 แห่งข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หัวหน้าผู้รับผิดชอบ จึงออกประกาศกำหนดดังนี้
ข้อ 1 ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะใด ๆ เข้าหรือออกในเส้นทางที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในเส้นทางต่อไปนี้
ก. ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่ แยกขึ้นทางด่วนเพชรบุรี ถึง สี่แยกราชเทวี
ข. ถนนพญาไท ตั้งแต่ สี่แยกราชเทวี ถึง สี่แยกสามย่าน
ค. ถนนวิทยุ ตั้งแต่ สี่แยกถนนวิทยุ ถึง แยกขึ้นทางด่วนเพชรบุรี
ง. ถนนภายในพื้นที่ที่ห้ามตามข้อ ก. ถึงข้อ ค. จนถึงแนวถนนพระราม 4
จ. ถนนราชปรารภ ตั้งแต่ สี่แยกประตูน้ำ ถึง สี่แยกมักกะสัน
ข้อ 2 ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อห้ามตามประกาศนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
ข้อ 3 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ชั้นสัญญาบัตรหรือเทียบเท่า เป็นผู้ดำเนินการตามประกาศนี้
ข้อ 4 ประกาศกำหนดนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน







