
รัฐนำเข้าน้ำมันปาล์มเชือดชาวสวน
เกษตรกรขอให้ชะลอการนำเข้าน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปเพราะเป็นต้นเหตุสำคัญให้ราคาปาล์มตกต่ำ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2557 ถึงเรื่องการนำเข้าน้ำมันปาล์ม ซึ่งที่การประชุมยังไม่มีมติในที่ประชุมให้นำเข้า แต่กลับมีข่าวว่ารัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ จะนำเข้าน้ำมันกึ่งสำเร็จรูป จำนวน 4 หมื่นตัน เพียงแค่นี้ก็มีปฎิกริยาทำให้ราคาปาล์มทะลายลดลงแล้วจากกิโลกรัมละกว่า 5 บาทเหลือ 3.50 บาท ทำให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มเดือดร้อนหนัก เพราะถูกพ่อค้ารับซื้อหรือลานปาล์มกดราคาเป็นลูกโซ่ตั้งแต่โรงงานปาล์มเสียแล้ว ทำให้ราคาปาล์มเริ่มดิ่งลงเรื่อยๆ
เรื่องนี้ทำให้นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสภาเกษตรกร จ.สุราษฎร์ธานี นั่งไม่ติดที่ เพราะที่บ้านอยู่ท่ามกลางชาวบ้านสวนปาล์มนับหมื่นไร่ จึงร่วมกับนายไพฑูรย์ พรศิริเมฆินทร์ อุปนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมกรรมการสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี , สหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานีและตัวแทนเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังความคิดเห็นหาทางคัดค้านการนำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งสำเร็จรูปจากต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ที่ห้องประชุมสหกรณ์สุราษฎร์ธานี จำกัด (โคออป) อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้ในที่สุดได้มีแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการนำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพราะมองว่าเป็นปัญหาระยะสั้นที่เกิดจากสภาพอากาศร้อน ทำให้ผลผลิตออกมาน้อยราคาจึงสูงขึ้นตามกลไกตลาด เมื่อผลผลิตออกตามปกติราคาก็จะปรับลดลงเอง
สิทธิพร บอกว่า รัฐบาลไม่ควรตรึงราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์บรรจุขวดลิตรละ 42 บาท เนื่องจากมีผลกระทบต่อราคาปาล์มทะลาย และขอให้ชะลอการนำเข้าน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปเพราะเป็นต้นเหตุสำคัญให้ราคาปาล์มตกต่ำ
“ชาวสวนเสนอให้รัฐปรับการใช้ไบโอดีเซลสูตรน้ำมันปาล์ม B-100 ผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังพบว่าขณะนี้ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันปาล์มจนต้องนำเข้าแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเครือข่ายชาวสวนปาล์มจะคัดค้านการนำเข้าน้ำมันปาล์มจนถึงที่สุดหากไม่ยกเลิกนโยบายดังกล่าวจะมีการคัดค้านต่อไป”สิทธิพร กล่าว
ด้าน ไพฑูรย์ พรศิริเมฆินทร์ อุปนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี บอกว่า ราคาปาล์มทะลายปีนี้ตั้งแต่เดือนม.ค.- ต.ค.2557 เฉลี่ย กก.ละ 3.50 บาท เกษตรกรขาดทุนเพราะต้นทุนอยู่ที่ กก.ละ3.50-4.00 บาท ซึ่งราคาที่สูงกว่า กก.ละ 5 บาทเนื่องจากผลผลิตออกน้อยและจะเป็นอยู่อย่างนี้ 1-3 เดือนระยะสั้นไม่ได้ทำให้รายได้มากขึ้น
“ถ้าปาล์มน้ำมันขาดแคลนจริง รัฐควรยอมให้มีการปรับราคาน้ำมันบริโภคตามเป็นจริง ซึ่งการปรับราคาขึ้นลิตรละไม่เกิน 5 บาทไม่ได้ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อนมาก เพราะบริโภคได้ไม่เกิน 2 ลิตรต่อเดือน หากรัฐจะช่วยผู้บริโภคไม่ให้เดือดร้อนทำได้โดยชดเชยราคาโรงกลั่นน้ำมันปาล์มในอัตราลิตรละ 5 บาทและจะใช้เงินไม่มากเพียง 1-3 เดือนเท่านั้นไม่ยุ่งยาก เมื่อผลผลิตออกมามากสถานการณ์ก็จะเข้าสู่ปกติราคาก็จะค่อยลดลงตามกลไกตลาด”ไพฑูรย์ ย้ำ
ไพฑูรย์ บอกว่า รัฐบาลควรจะเข้าใจด้วยว่า เกษตรกรชาวสวนปาล์มควรจะได้รับการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับเกษตรกรอาชีพอื่นๆ เช่น ชาวนา ชาวไร่มันสำปะหลัง เพราะเมื่อราคาปาล์มตกต่ำก็ต้องออกมาเรียกร้อง การแก้ปัญหาโดยการนำเข้าน้ำมันปาล์มเป็นการช่วยเหลือเฉพาะเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันเท่านั้น แต่จะเป็นการทำร้ายเกษตรกรชาวสวนปาล์มอย่างรุนแรง เพราะเพียงมีข่าวประกาศอนุญาตให้นำเข้าราคาปาล์มของเกษตรกรก็ลดลงแล้ว
เรื่องนี้มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา วิธีนี้จึงไม่สมควรจะนำมาใช้อย่างยิ่ง นี่คือคำขอร้องของชาวสวนปาล์มที่ไม่มีเสียงดังพอเหมือนอาชีพอื่น







