
ศาลรธน.นัดวินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ21มี.ค.
ศาลรธน.วินิจฉัยคดีเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ 21มี.ค.นี้ "พงษ์เทพ" ชี้กกต.พยายามจัดการเลือกตั้งในวันเดียวแต่ถูกขัดขวาง ฝั่งกกต. ขอเพิกถอนคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน
ศาลรธน.วินิจฉัยคดีเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ 21มี.ค.นี้ "พงษ์เทพ" ชี้กกต.พยายามจัดการเลือกตั้งในวันเดียวแต่ถูกขัดขวาง ฝั่งกกต. ขอเพิกถอนคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00น.คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า การจัดการเลือกตั้งสส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้มีผู้เข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย 1.นายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน 2.นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมาการเลือกตั้ง (กกต.) 3.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี
นายพรเพชร ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนแรกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจในการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยเป็นไปตามมาตรา 245 (1) ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งเป็นกฎหมายที่ออกโดยรัฐธรรมนูญ จึงอยู่ในการตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าเมื่อพิจารณาจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแล้วปรากฏว่าไม่มีบทบัญญัติใดให้ตรวจสอบความชอบของการเลือกตั้ง มีเพียงแต่การโต้แย้งการเลือกตั้งเป็นเฉพาะบุคคลตามมาตรา 219 ซึ่งเป็นอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ดังนั้น ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ใช่อำนาจนี้จะทำให้ไม่มีการตรวจสอบว่าการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไปชอบด้วยกฎหมายได้
ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันการเลือกตั้งยังไม่สามารถดำเนินการได้สมบูรณ์ แต่กลับมีการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเปิดเผย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งต่อการเลือกตั้งในเขตอื่นๆ และจะเป็นปัญหาที่ต้องนำไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งต่อไป นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามพระราชกำหนดการบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 ซึ่งนำไปสู่ความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง เพราะเป็นการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์
"ผมทราบดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการเมืองและความแตกแยกของทุกภาคส่วน ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องคำนึงถึงด้วยไม่ใช่พิจารณาเฉพาะข้อกฎหมาย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน ความล้มเหลวของการเลือกตั้งทำให้การใช้อำนาจนิติบัญญัติและบริหารไปต่อไม่ได้ ทำให้รัฐบาลทำงานอยู่ในความเสี่ยงในฐานะเป็นรักษาการ การเลือกตั้งมีต้นทุนทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับข้อมูลว่าถ้าปล่อยให้การเลือกตั้งที่ล้มเหลวเดินหน้าต่อไปและให้รัฐบาลรักษาการอยู่ต่อไปจะมีผลให้จีดีพีลดลงอย่างแน่นอน
ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้ นายพงศ์เทพ ได้ชี้แจง โดยนายพงศ์เทพ กล่าวว่า การทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญของรัฐบาลได้ทำภายใต้เวลาที่จำกัด กล่าวคือ รัฐบาลได้รับทราบจากศาลรัฐธรรมนูญว่าให้รัฐบาลต้องทำคำชี้แจงมาที่ศาลรัฐธรรมนูญภายในเวลา 16.30น.เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ทำให้การดำเนินการของรัฐบาลเป็นไปอย่างกะทันหันจนไม่สามารถค้นคว้าข้อมูลเพื่อมาทำคำชี้แจงได้อย่างครบถ้วน
นายจรัญ จึงชี้แจงกลับไปว่า การกำหนดกรอบเวลาของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นไปอย่างรวบรัด แต่ที่ต้องดำเนินการเร็วเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีส่วนเชื่อมโยงต่อการเลือกตั้งในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐบาลอยากจะส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ในภายหลัง
จากนั้น นายพงศ์เทพ ได้อธิบายถึงกระบวนการจัดการเลือกตั้งว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 245 (1) เพราะมาตราดังกล่าวเป็นการให้พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญพระราชบัญญัติหรือกฎหมายอื่นที่มีลักษณะเทียบเท่า แต่กรณีนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้ร้องมาว่าพ.ร.ฎ.เลือกตั้งมีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญโดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร้องให้วินิจฉัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ได้อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในทางกลับกันถ้าจะบอกว่าหน่วยงานไหนมีหน่วยงานไหนที่มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการเลือกตั้งน่าจะเป็นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
"พระราชกฤษฎีกาตราขึ้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ด้านกกต.ก็พยายามจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 ก.พ.แต่การจัดเลือกตั้งที่ไม่แล้วเสร็จนั้นเป็นเพราะถูกขัดขวาง และส่วนตัวไม่คิดว่าหากกกต.ใข้อำนาจจัดการเลือกตั้งอีกครั้งก็สามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว. เฉกเช่นเดียวกับการจัดเลือกตั้งใหม่ในกรณีที่ผู้สมัครเลือกตั้งถูกใบเหลือง" รองนายกฯ กล่าว
รองนายกฯ กล่าวถึงปัญหาการไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้งว่า ในความเป็นจริงมีผู้ต้องการรับสมัครแต่ไม่สามารถเข้าไปสมัครได้เพราะถูกขัดขวาง ที่สำคัญเขตเลือกตั้งดังกล่าวยังไม่เคยมีจัดการเลือกตั้งมาก่อน จึงคิดว่าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งในเขตนี้สามารถทำได้โดยไม่ขัดกฎหมาย ส่วนการกล่าวหาว่าการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นคิดว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง เพราะภายหลังเสร็จสิ้นการลงคะแนนเลือกตั้งทุกครั้งจะต้องมีการประกาศผลคะแนน เหมือนกับการจัดการเลือกตั้งใหม่ในบางเขตก็ต้องนับคะแนนภายหลังวันเลือกตั้งใหญ่อยู่แล้ว
"การออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อพรรคการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะในประกาศดังกล่าวได้มีข้อยกเว้นให้สามารถชุมนุมเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับผู้ตรวจการแผ่นดินว่าหากยังไม่มีรัฐบาลจะส่งผลต่อปัญหาเศรษฐกิจ แต่การเริ่มกระบวนการเลือกตั้งใหม่จะยิ่งทำให้ใช้เวลาไปอีกโดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องล่าช้าออกไปถึงเดือนมิ.ย.ถึงเดือนต.ค. ซึ่งการจัดการเลือกตั้งต่อจากกระบวนการเดิมที่ดำเนินการไปแล้วกว่า 90% จะใช้เวลาสั้นกว่า ที่สำคัญจะมีหลักประกันอะไรว่าถ้าจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดจะไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอีก ถ้าองค์กรที่เกี่ยวข้องทำตามหน้าที่จะช่วยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้" นายพงศ์เทพ กล่าว
จากนั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งนายสุพจน์ ไข่มุก นายจรัญ ภักดีธนากุล นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ต่างสอบถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการพยายามรักษาความสงบระหว่างการรับสมัครการเลือกตั้ง และสอบถามความมั่นใจว่าหากมีการจัดการเลือกตั้งต่อไปจะสามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้หรือไม่
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไป ยอมรับว่าการเลือกตั้งอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยการเลือกตั้งก็ให้ประชาชนที่เป็นเจ้าอำนาจอธิปไตยได้แสดงออกถึงความต้องการของ ซึ่งทั่วโลกก็ใช้วิธีการนี้ ทั้งนี้ หลังจากวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.กระบวนการขัดขวางการเลือกตั้งได้ลดลงไปแต่ไม่มั่นใจว่าถ้าไปเริ่มกระบวนการใหม่จะมีปัญหาต่อไปหรือไม่
"รัฐบาลส่วนตัวได้เข้าพบกับกกต.และได้นำเสนอปัญหานี้ว่าผู้อำนวยการเขตสามารถประกาศเปลี่ยนรสถานที่รับสมัครได้ และเมื่อสิ้นสุดการรับสมัครแล้วแต่กกต.ไม่ได้ดำเนินการขยายวันรับสมัครแต่อย่างใด อำนาจจัดการเลือกตั้งเป็นของกกต.ไม่ใช่รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลทำหน้าที่อย่างดีที่สุดภายใต้คำพิพากษาของศาลยุติธรรม และศาลรัฐธรรมนูญ เช่น การห้ามไม่ให้สลายการชุมนุม ทำให้รัฐบาลมีข้อจำกัด ทั้งนี้ กกต.มีอำนาจหน้าที่สั่งการทหารและตำรวจได้โดยตรง รัฐบาลพยายามสนับสนุนมาตลอด เช่น การประสานงานให้ใช้สถานที่ของทหารและตำรวจเพื่อรับสมัครเลือกตั้ง ดังนั้น คนที่ต้องรับผิดชอบ คือ คนที่ขัดขวางกการเลือกตั้ง" นายพงศ์เทพ กล่าว
ต่อมา นายศุภชัย เป็นผู้ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนสุดท้ายว่า กกต.ได้พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆตามที่กฎหมายให้อำนาจเอาไว้ เช่น การจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้ง แต่ปัญหาของ 28 เขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหาที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนและกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ว่ากกต.มีอำนาจดำเนินการอะไรได้บ้าง ทำให้กกต.ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา อย่างไรก็ตาม การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมากกต.ได้อำนวยความสะดวกและให้ทุกฝ่ายได้รับความคุ้มครองเต็มที่
นอกจากนี้ กกต.เห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจยื่นให้ศาลวินิจฉัย เพราะกกต.ยังไม่ได้ออกประกาศหรือระเบียบที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 245 ของรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้เปิดโอกาสให้กกต.ได้เข้าชี้แจงต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน
"28 เขตเลือกตั้งมีผู้ที่ประสงค์ต้องการรับสมัครแต่ไม่สามารถสมัครได้ เนื่องจากถูกขัดขวาง และกกต.ได้เตือนรัฐบาลไปถึงการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องพึงระวังไม่ให้เกิดการใช้ทรัพยากรของรัฐจนเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในระหว่างการเลือกตั้ง" ประธานกกต. กล่าว
นายวรภัทร วงศ์ปราโมทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกกต. อธิบายเสริมว่า กรณีที่มีเขตขัดขวางจนไม่สามารถลงคะแนนได้ทางกกต.สามารถงดการลงคะแนนได้และเมื่อเหตุการณ์สงบแล้วจะสามารถจัดการลงคะแนนใหม่ได้ ส่วนกรณีที่ไม่มีผู้สมัครใน 28 เขตเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญมาตรา 93 เขียนไว้เป็นหลักการว่าจะต้องให้ได้สส.ครบ 500คน แต่ในทางปฎิบัติเพื่อให้ได้สส.ครบตามจำนวนไม่มีกฎหมายใดให้กกต.ดำเนินการได้ ดังนั้น กกต.จึงคิดว่ารัฐบาลควรตราพ.ร.ฎ.ออกมาใหม่เพื่อรับสมัครใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
"เมื่อครบกำหนดวันรับสมัครแล้วกกต.ไม่มีอำนาจใดที่จะขยายวันรับสมัครออกไปได้" นายวรภัทร กล่าว
นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซักว่า ทำไมกกต.ไม่ยอมขยายเวลารับสมัครทั้งที่มาตรา 235 ให้กกต.จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ เปรียบได้กับการประมูลถ้าไม่มีผู้ร่วมประมูลก็ต้องเลื่อนออกไปโดยธรรมชาติ
นายวรภัทร ตอบว่า กฎหมายเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญมีลักษณะเป็นกฎหมายมหาชน ถ้าไม่มีบทบัญญัติรองรับให้ดำเนินการอย่างใดอย่างได้ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้
ทั้งนี้ ภายหลังจากใช้เวลาชี้แจงนานกว่า 2 ชั่วโมง นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้สรุปว่า อนุญาตให้นายพงศ์เทพสามารถส่งคำชี้แจงที่เป็นลายลักษณ์อักษรได้เพิ่มเติมภายในวันที่ 20 มี.ค. และนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 21 มี.ค.เวลา 11.00น.







