posttoday
ไม่เลิกชุมนุม....เสื้อแดงมีแต่แผ่ว

ไม่เลิกชุมนุม....เสื้อแดงมีแต่แผ่ว

13 พฤษภาคม 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

กลับมาสู่บรรยากาศตึงเครียดกันอีกครั้ง สำหรับการเผชิญหน้าระหว่าง “เสื้อแดง” กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และรัฐบาล ที่สุดท้ายยังไร้ข้อสรุป ไม่สามารถเดินหน้า “โรดแมป” ปูทางปรองดองร่วมกันได้

นำมาสู่มาตรการโต้กลับเปิดเกมบีบ “เสื้อแดง” ด้วยแผนตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสาธารณูปโภค โทรศัพท์ การเดินทางสาธารณะ ตั้งแต่รถเมล์ รถไฟฟ้า เส้นทางน้ำในคลองแสนแสบ บริเวณพื้นที่ชุมนุมทั้งหมด ปิดเส้นทางเข้าออกป้องกันการส่งกำลังบำรุงสู่ผู้ชุมนุมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

ทว่าแกนนำเสื้อแดงยังไม่ยอมอ่อนข้อไปตามแรงบีบของรัฐบาล กลับประกาศเดินหน้าปักหลักราชประสงค์ชุมนุมต่อไปแบบไม่สนใจแรงบีบจาก “รัฐบาล” ที่เปลี่ยนมาใช้ “ไม้แข็ง” ตอบโต้กลุ่มผู้ชุมนุม หลังจากที่เน้นบทนิ่มนวลมาโดยตลอดหลังจากเหตุการณ์ 10 เม.ย.

ส่วนหนึ่งมาจากปัญหา “เอกภาพ” ภายในบรรดาแกนนำเสื้อแดง ถึงขั้นทำให้ทิศทางการเคลื่อนไหวของ “เสื้อแดง” ช่วงนี้ออกอาการ “เป๋” แกว่งไปมา เหมือนจะคล้อยตามรับข้อเสนอโรดแมปในช่วงแรกก่อนพลิกมายื่นเงื่อนไขต่อรองไม่ยอมยุติการชุมนุม

ยิ่งในวันที่ “รอยร้าว” ขยายวงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่าง วีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. กับกลุ่มฮาร์ดคอร์แดง ไม่ว่าจะเป็น จตุพร พรหมพันธุ์ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ฯลฯ แม้แต่ เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่อ้างสัญญาณจากต่างแดนไม่ยอมยุติการชุมนุม

ทำให้ “พี่ใหญ่” สายพิราบ อย่าง “วีระ” ซึ่งรับหน้าเสื่อไปตกปากรับคำร่วมกันหาทางลงกับ “รัฐบาล” ปิดฉากการชุมนุมอย่างผู้ชนะด้วยกันทุกฝ่าย ต้องไปต่อไม่เป็น เมื่อเสื้อแดงสายเหยี่ยวยังติดลมบนไม่ยอมลงง่ายๆ

ถึงขั้นนำมาสู่การ “แตกหัก” จน “วีระ” ถึงขั้นประกาศลาออกจากแกนนำ แต่มีการประสานขอร้องให้อยู่ต่อเพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์การเคลื่อนไหวของเสื้อแดง แต่ “วีระ” ก็ต้องเฟดตัวเองออกไปจากเวทีราชประสงค์ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย และความเห็นที่ไปกันคนละทางกันนี่เอง ที่ทำให้แม้ทาง นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. จะพยายามออกมา “สยบ” ข่าวความขัดแย้งภายในเสื้อแดงแต่ที่เห็น “วีระ” หายไปเพราะต้องไปพักรักษาตัว เนื่องจากไม่สบาย

จับอาการ “เสื้อแดง” ช่วงนี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้บรรดาแกนนำไม่อาจตัดใจ ยุติการชุมนุมได้ มาจากความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะบรรดาแกนนำกว่า 20 คน ที่ถูกตีตราด้วยหมายจับ และตอกย้ำด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งอาจจะปิดโอกาสประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี

นั่นกลายเป็นที่มาให้เสื้อแดงตั้งเงื่อนไขให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ต้องเข้ามอบตัว เพื่อเป็นบรรทัดฐานว่าจะได้รับการประกันตัว ทว่า เมื่อ “สุเทพ” แก้เกมด้วยการไปรับทราบข้อกล่าวหากับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มองว่าอยู่ฝั่งเดียวกับรัฐบาล แทนที่จะเป็นกองปราบฯ นำมาสู่การไม่ยอมรับในการมอบตัวครั้งนี้ และยืนยันจะชุมนุมต่อไป

งานนี้ฝ่ายเสียหายจึงกลายเป็น “เสื้อแดง” ที่กระแสนิยมดำดิ่งลงทุกวัน หลังจากตัดสินใจผิดบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จนถูกรุมกระหน่ำเสียขบวน เสียมวลชน เสียแนวร่วม และกลายเป็นฝ่าย “รัฐบาล” ที่พลิกเกมอาศัยความได้เปรียบเล่น “ไม้แข็ง”

ทั้งการขู่ไม่เดินตามโรดแมป ยุบสภา เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ตามแผนเดิมหาก “เสื้อแดง” ยังไม่ยอมส่งสัญญาณลดราวาศอกด้วยการยุติการชุมนุมทันที ก่อนจะงัดไม้แข็งด้วยการตัดน้ำตัดไฟ บีบให้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องสลายตัวหรือลดจำนวนลงพอที่จะสลายการชุมนุมได้อย่างไม่เกิดความเสียหาย

ที่สำคัญความ “ชอบธรรม” ของรัฐบาลกับการเดินหน้าเอาจริงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มมีมากขึ้น แถมได้แรงหนุนจากกระแสสังคมที่เบื่อหน่ายกับ “เสื้อแดง” ซึ่งเอาแต่เปิดฉากต่อรองแบบ “ได้คืบเอาศอก” ไม่จบไม่สิ้น หนำซ้ำยังถูกนำไปเชื่อมโยงกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง

ทว่า เงื่อนไขต่างๆ รอบตัวเวลานี้ “แกนนำ” ต่างรู้ดีว่ามีแต่จะส่งผลเสียต่อเสื้อแดงให้ต้องอ่อนกำลังลงไป หากคิดจะปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง

ไหนจะช่วงเปิดภาคเรียนของเด็กนักเรียนที่เริ่มจะเปิดภาคเรียนกันในสัปดาห์หน้า ซึ่งหาก “เสื้อแดง” ไม่ตัดสินใจยุติการชุมนุม ย่อมเกิดแรงเสียดทานจากกลุ่มนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ตามมากดดันเพิ่มเติม จากหลายกลุ่มที่ออกมาหนุนรัฐบาล

ไหนจะช่วงใกล้หน้านา บรรดาเสื้อแดงจังหวัดต่างๆ เริ่มต้องกลับไปเตรียมตัวทำนา การจะเปิดเกมชุมนุมยาวต่อไปย่อมมีปัญหาเรื่องมวลชน ซึ่งทุกวันนี้ก็ร่อยหรอลงกว่าแต่เดิมมาก

ไหนจะช่วงใกล้เทศกาลฟุตบอลโลกในอีกไม่กี่สัปดาห์ แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ย่อมส่งผลต่อกระแสการเคลื่อนไหว ยิ่งในช่วงที่สังคมเริ่มเบื่อหน่ายกับการเคลื่อนไหวแบบไร้เป้าหมายของเสื้อแดง

นี่จึงนับเป็นการตัดสินใจผิดครั้งสำคัญ กับการเปิดเกมยื้อของเสื้อแดง ที่นับวันย่อมมีแต่จะทำลายสิ่งที่เสื้อแดงต่อสู้ตามหา “เป้าหมาย” ที่อยู่ตรงหน้าแต่กำลังเริ่มไกลออกไปทุกที

สุดท้าย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ อาศัยความได้เปรียบชิงจังหวะออกมาประกาศ “ล้มเงื่อนไข” ปูทางสู่การเลือกตั้ง 14 พ.ย. ออกไป ด้วยเหตุผลที่เสื้อแดงไม่ยอมยุติการชุมนุมยอมรับเงื่อนไขเข้าสู่กระบวนการปรองดอง

นับจากนี้ไป... การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงจึงอยู่ในช่วงขาลง ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่รุมเร้ากดดัน และปัจจัยภายในที่ขัดแย้งกันเอง ซึ่งทั้งหมดจะย้อนกลับมาฉุดให้การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงมีแต่ต้องนับถอยหลัง ยิ่งในช่วงกระแส “รัฐบาล” กำลังจะเริ่มตีกลับอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท