
โลกมองไทย
การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 สัปดาห์นั้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ
ทว่า ทิม จอห์นสตัน แห่งนิตยสารไฟแนนเชียลไทมส์ของอังกฤษ กลับเห็นว่าการชุมนุมที่ยืดเยื้อ ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจไทยถดถอยลงแต่อย่างใด
โดยจอห์นสตัน อ้างความเห็นของนายธนาคารต่างชาติรายหนึ่งที่ระบุว่า แม้จะมีความพยายามในการดิสเครดิตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกี่ยวกับหายนะทางเศรษฐกิจไทย ที่อาจเกิดขึ้นจากการชุมนุม แต่จากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ปรากฏในขณะนี้ กลับไม่สนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลทางเศรษฐกิจไทยโดยรวมยังส่งสัญญาณไปในทางที่ดี อาทิ การประกาศเพิ่มตัวเลขผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็น 4.35.8% จากเดิมที่ระบุว่า 3.35.3% แม้ว่าล่าสุด กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังจะเพิ่งระบุว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้ต้องมีการปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยลง 0.3%
นอกจากนี้ นายธนาคารต่างชาติยังระบุว่า ผลตอบรับจากผู้ประกอบการไทยยังไม่มีทีท่าว่าจะประสบภาวะการชะลอตัวในช่วงเดือน เม.ย. สอดคล้องกับคณะกรรมการลงทุนของไทย ที่เปิดเผยว่า แผนการลงทุนในเดือน เม.ย. ของไทยเพิ่มขึ้นถึง 86%
ขณะที่ดัชนีเซ็ท อินเด็กซ์ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% นับตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มมีการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม จอห์นสตัน ได้ระบุถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมในขณะนี้ 2 ประการ ประการแรก คือ การที่โรงแรมระดับ 5 ดาว และศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ซึ่งอยู่บริเวณที่ชุมนุมต้องปิดตัวลง
ประการที่สอง คือ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็น 6.5% ของจีดีพี ทว่าจอห์นสตันเห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันของการท่องเที่ยวพอดี







