posttoday
ยังไม่หมดหวัง เวทีเจรจาเปิดกว้าง

ยังไม่หมดหวัง เวทีเจรจาเปิดกว้าง

19 มีนาคม 2557

ล้มเหลวทันทีที่ 6 องค์กรอิสระเสนอตัวเป็นผู้ประสานงานให้เกิดการเจรจาระหว่างแกนนำ กปปส.และรัฐบาล เมื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ล้มเหลวทันทีที่ 6 องค์กรอิสระเสนอตัวเป็นผู้ประสานงานให้เกิดการเจรจาระหว่างแกนนำ กปปส.และรัฐบาล เมื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศไม่ยอมรับแนวคิดนี้ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ยังคงแบ่งรับแบ่งสู้มากกว่าจะอ้าแขนรับ

คำถามสําคัญก็คือว่า หลังจากนี้การเจรจายังสามารถเดินต่อไปได้หรือไม่ ในเมื่อไร้ตัวกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับ

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า เหตุที่ 6 องค์กรอิสระ ไม่สามารถเป็นตัวกลางหรือเป็นผู้ประสานงานให้เกิดการเจรจาได้นั้น เนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมการหรือหารือในทางลับกับแกนนำทั้งสองฝ่ายก่อนที่จะเสนอตัวเข้ามา แต่กระบวนการกลับเป็นไปอย่างเร่งรีบ รวมถึงดูเหมือนต้องการให้ได้พื้นที่ข่าวเพียงอย่างเดียว จึงทำให้การแถลงออกมากร่อย

“เท่าที่ผมรู้ แต่ละองค์กรยังไม่ได้มีความคิดเป็นเอกภาพในการเป็นตัวกลางหรือเป็นผู้ประสานงานด้วยซ้ำ เราถึงได้เห็นข้อเสนอให้รัฐบาลและ กปปส.เลือก 10 คนเป็นตัวกลาง ทั้งที่ 6 องค์กร บอกว่า ไม่ได้ต้องการเป็นตัวกลาง ซึ่งมันขัดแย้งในตัวเอง” พล.อ.เอกชัย ระบุ

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการสํานักสันติวิธีฯ บอกว่า ประตูของการเจรจายังสามารถเปิดได้เสมอ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาพูดคุยกับแกนนำทั้งสองฝ่าย ทั้งเปิดเผยและทางลับ ขณะเดียวกันองค์กรอิสระทั้ง 6 ก็ยังสามารถเป็นผู้ประสานงานอย่างที่ตั้งใจตั้งแต่แรกได้เช่นกัน

“สามารถทำได้ แต่คุณต้องไม่ลืมหน้าที่ว่ากฎหมายให้อำนาจไว้อย่างไร เช่น กกต.มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง หรือ ป.ป.ช.มีอำนาจในการตรวจสอบการทุจริต คุณก็ต้องรักษากฎหมายของคุณอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่อะลุ่มอล่วย ยอมความ หรือยกเว้นการใช้กฎหมายบางข้อ ซึ่งจะทำให้มาตรฐานขององค์กรอิสระสูญเสียไป” พล.อ.เอกชัย ระบุ

ขณะที่ โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ยอมรับการเจรจา เนื่องจากยังไม่มีความพร้อม ทั้งนี้ ความไม่พร้อมอาจเกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ 1.คิดว่าฝ่ายตนเองยังมีโอกาสชนะ และ 2.ยังมองว่าสถานการณ์ยังไม่สุกงอมพอที่จะทำให้เกิดการเจรจาได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดการเจรจาจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งไม่เป็นผลดีกับฝ่ายตัวเองแน่ นอกจากนี้บางฝ่ายยังรอว่าอาจมีตัวช่วยที่ทำให้ตัวเองได้เปรียบในอนาคต จึงเลือกที่จะรอต่อไป

ทั้งนี้ โคทม เห็นว่า เมื่อการที่ภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 7 องค์กรธุรกิจ 6 องค์กรอิสระ หรือที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย ออกมาพยายามเป็นตัวกลางแล้ว แต่ไม่ได้ผล ก็อาจถึงเวลาที่ประชาชนอาจต้องรวมตัวผลักดันให้ทั้งคู่ออกมาเจรจาด้วยตัวเอง หากเห็นว่าการยื้อกันในลักษณะนี้ไม่เป็นประโยชน์ใดๆ โดยสำนักโพลหรือสื่อมวลชนอาจต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อถามความเห็นของคนในสังคมในรูปแบบของการทำประชามติว่าต้องการให้เปิดการเจรจาหรือต้องการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะเด็ดขาด

โคทม กล่าวว่า เมื่อการต่อสู้มาถึงจุดหนึ่ง มันมีวิธีคิดที่เรียกว่า BATNA หรือ Best Alternative to a negotiated agreement การหาทางเลือกที่ดีที่สุด หากไม่สามารถเจรจาได้ ซึ่งวิธีนี้ที่ปรึกษาของทั้งสองฝ่ายอาจสร้างฉากทัศน์ หรือ Scenarios แบบต่างๆ ขึ้นมาว่าหากไม่เจรจาแล้วในระยะยาวจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น ชนะแล้วจะเป็นอย่างไร หรือรัฐประหารแล้วจะเป็นอย่างไร หรือแม้กระทั่งหากจะเจรจาไกล่เกลี่ยจะมีข้อเสนออะไรที่ทั้งเป็นประโยชน์และเสียประโยชน์น้อยที่สุดบ้าง ซึ่งจะทำให้แกนนำเหลือตัวเลือกที่ดีที่สุดบางข้อเท่านั้น โดยวิธีนี้อาจทำให้มองภาพอนาคตได้ไกลขึ้น และสามารถหลุดจากความขัดแย้งระยะสั้นขณะนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท