
จ่อเชือด"สมศักดิ์-นิคม"
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เตรียมลงมติชี้มูลความผิดอดีตประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา คดีแก้ไขรัฐธรรมนูญมิชอบ วันพฤหัสฯ นี้ ด้าน ยิ่งลักษณ์ โดนสอบเพิ่มอีกคดี ปล่อย มท.1 หนุนแดงแยกประเทศ
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เตรียมลงมติชี้มูลความผิดอดีตประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา คดีแก้ไขรัฐธรรมนูญมิชอบ วันพฤหัสฯ นี้ ด้าน ยิ่งลักษณ์ โดนสอบเพิ่มอีกคดี ปล่อย มท.1 หนุนแดงแยกประเทศ
สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานไต่สวนคดี สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา สว.โดยมิชอบ ได้สรุปการพิจารณากระบวนการต่างๆ เสร็จเรียบร้อยเกือบหมดแล้ว ทั้งการไต่สวนพยาน คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เหลือเพียงการไต่สวนพยานเพิ่มเติมเล็กน้อยตามที่ สมศักดิ์ และ นิคม ขอให้ ป.ป.ช.สอบเพิ่ม แต่ไม่ใช่ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ
ทั้งนี้ ในวันที่ 20 มี.ค. คณะทำงานจะสรุปสำนวนคดีดังกล่าวให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลงมติว่าจะชี้มูลความผิดได้หรือไม่ ส่วนกรณี 308 สส.สว. ในคดีเดียวกัน อยู่ระหว่างการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ
สรรเสริญ กล่าวว่า ตามที่มีผู้กล่าวหาร้องเรียนยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ จารุพงศ์เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อรมช.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 14 คน ได้ร่วมกันจัดเวทีปราศรัยที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ ในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยใช้ชื่อว่า “นปช.ลั่นกลองรบ” ได้กล่าวปราศรัยในลักษณะยุยงให้ใช้ความรุนแรง ให้จัดตั้งกองกำลังของกลุ่มคนเสื้อแดง ข่มขู่องค์กรอิสระ ศาล ยุยงให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ให้มีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทย เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ
โดยเฉพาะ ยิ่งลักษณ์ กลับไม่ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงใดๆ และในฐานะ รมว.กลาโหม มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาและรับผิดชอบนโยบายในการรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักร แต่กลับนิ่งเฉยไม่ยอมดำเนินการใดๆ จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ
คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติให้รับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้ วิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. และ ปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง
ด้าน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า จากการหารือกับทีมทนายความ รู้สึกหนักใจต่อกระบวนการแก้ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.ที่จะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค. เรื่องละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากได้เอกสารการแจ้งข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช.เพียง 49 แผ่น ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงเนื้อหาที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม จะหารือกับคณะทำงานต่อไป
“ดิฉันยินดีให้ความร่วมมือ แต่ขอความเป็นธรรมในขั้นตอนต่างๆ ให้มีความเสมอภาคเสมือนกับผู้อื่นที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา สิ่งนี้ต่างหากที่ดิฉันต้องการอยากจะได้รับความร่วมมือและความเป็นธรรม” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ด้าน บัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมในสำนวนการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว โดยระบุว่า จากการตรวจสอบของทีมทนายพบว่า หลักฐาน 49 แผ่น บางส่วนยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เช่น คำอภิปรายไม่ไว้วางใจของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 2527 พ.ย. 2555 และกระทู้ถามเรื่องผลการตรวจสอบการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีแค่ใบปะหน้าเท่านั้น แต่ไม่มีรายละเอียดอะไร รวมถึงยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของหน่วยงานต่างๆ อีกหลายรายการที่ ป.ป.ช.ยังส่งมอบให้ไม่ครบถ้วน
ทนายความซึ่งรับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ ป.ป.ช.ระบุจะชี้มูลความผิดคดีนี้ได้ภายในเดือน เม.ย.นั้น เห็นว่า การเร่งรัดคดีไม่ใช่การอำนวยความยุติธรรม ส่วนนายกฯ จะมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตัวเองหรือส่งเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องรอดูว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาให้คัดลอกหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ จึงจะให้คำตอบได้
อีกด้าน มาลัยรักษ์ ทองชัย หรือ ศรรักษ์ มาลัยทอง แกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) กล่าวว่า กวป.จะยังไม่เข้าปิดสำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ ในวันที่ 19 มี.ค. โดยอยู่ระหว่างการหารือกับแกนนำรายอื่นๆ ว่าจะเข้าปิดในวันที่ 20 มี.ค. หรือวันที่ 21 มี.ค. เมื่อมีมติร่วมกันแล้วแกนนำพร้อมมวลชนจะเข้าปิดสำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ ทันทีตั้งแต่เวลา05.00 น. พร้อมทั้งจะขอให้ทหารที่ตั้งจุดตรวจอยู่ด้านหน้าสำนักงานและข้าราชการ ป.ป.ช.ออกจากพื้นที่ทั้งหมด โดย กวป.จะดำเนินการเหมือนที่ กปปส.และ คปท. ดำเนินการ คือจะตัดน้ำตัดไฟ นำแท่งแบริเออร์ประตูทุกทางเข้าออก เพื่อเป็นการต่อสู้ขั้นแตกหักกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.







