
พท.ชนศาลรธน.ต้านล้มเลือกตั้ง
ซัดร่วมสมคบคิดสุรพงษ์อ้างรอง1แบะท่านั่งแท่นนายกฯ
ซัดร่วมสมคบคิดสุรพงษ์อ้างรอง1แบะท่านั่งแท่นนายกฯ
“เพื่อไทย” แถลงการณ์ค้านศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 2 ก.พ. อ้างพบทฤษฎีสมคบคิดล้มเลือกตั้ง
พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่รับวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ให้เป็นโมฆะตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งเรื่อง โดยคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น
“พรรคขอคัดค้านผู้ตรวจการแผ่นดินว่าไม่มีอำนาจที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ และศาลรัฐธรรมนูญก็รับคำร้องที่ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ กระบวนการทั้งหมดเป็นการทำงานสอดรับกัน เพื่อล้มการเลือกตั้ง สส. ในวันที่ 2 ก.พ.” แถลงการณ์ระบุ
นอกจากนี้ การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้เป็นไปอย่างลุกลี้ลุกลน มีพิรุธ เช่น การสั่งให้รัฐบาลทำคำชี้แจงทั้งๆ ที่รัฐบาลไม่มีหน้าที่และบังคับให้ต้องส่งคำชี้แจงมายังศาลภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 17 มี.ค. ทั้งๆ ที่ส่งเอกสารให้รัฐบาลเมื่อวันที่ 14 มี.ค. และแม้รัฐบาลจะขอเลื่อนการชี้แจงออกไปถึงเวลา 17.00 น. ก็ไม่ยอมสรุปคือให้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเพื่อทำคำชี้แจง
ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การเคลื่อนไหวของ 6 องค์กรอิสระ เป็นเพียงฉากหนึ่งของขบวนการโค่นล้มประชาธิปไตย ซึ่งมีมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 เพียงแต่เปลี่ยนตัวเล่นให้ดูสมจริงสมจังมากขึ้นเท่านั้นเอง
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุอีกว่า เมื่อพิจารณาพฤติกรรมขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ หลายองค์กร ชี้ให้เห็นว่าเป็นการใช้ทฤษฎีสมคบคิด ซึ่งไม่เป็นวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตยและจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกของคนในสังคมมากขึ้น พรรคจึงขอคัดค้านการกระทำดังกล่าว โดยขอให้ กกต.ได้จัดการเลือกตั้ง สส.ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็วต่อไป
ด้าน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยลำดับแล้วตัวเองเป็นรองนายกฯ อันดับที่ 1 ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่นายกฯ แทน
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าเป็นการเตรียมรับมือคำตัดสินของ ป.ป.ช.ไว้ก่อนหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ไม่ได้เป็นการเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า แต่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นรองนายกฯ มีทั้งหมด 7 คน โดยเรียงลำดับไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทุกคนก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่ความคืบหน้ากรณีข้อเสนอของ 6 องค์กรอิสระ ที่จะให้รัฐบาลและ กปปส.เสนอรายชื่อคนกลางฝ่ายละ 10 คน เพื่อคัดเลือกชื่อที่ซ้ำกัน 5 คน เพื่อเป็นคณะเจรจานั้นปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายได้ปฏิเสธ และล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติถอนตัวไม่ร่วมเป็นองค์กรกลางในการเจรจา เนื่องจากเป็นองค์กรหลักที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต
ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เรียกร้องให้คู่ขัดแย้ง ทั้งรัฐบาลและ กปปส.ทบทวนข้อเสนอของ 6 องค์กรอิสระ โดยขอให้ใช้เวลาตัดสินใจจนถึงวันที่ 24 มี.ค. หากถูกปฏิเสธทั้ง 6 องค์กรอิสระ ก็จะยุติบทบาทในการเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการเจรจา







