
ผวาศก.ลบ2%
หอฯยืนยันการเมืองลากยาวเห็นแน่ระบุธุรกิจเสียหายแล้ว1แสนล้านคนประหยัดลดการใช้น้ำมันก๊าซ
หอฯยืนยันการเมืองลากยาวเห็นแน่ระบุธุรกิจเสียหายแล้ว1แสนล้านคนประหยัดลดการใช้น้ำมันก๊าซ
หอฯ ประเมินธุรกิจเสียหายจากการเมือง 1 แสนล้านบาท ไม่จบในไตรมาส 3 ติดลบ 2%
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ 23% หากสถานการณ์ทางการเมืองไม่รุนแรง และจบได้ใน 6 เดือน รวมทั้งสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาส 3
ประธานกรรมการหอการค้าฯ ประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อและมีความรุนแรงยาวนานกว่าไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโต 0% ถึงติดลบ 2% โดยในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายทางธุรกิจไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท
สำหรับด้านการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้น 3% หรือ 27.5 ล้านคน
ขณะที่การส่งออกจะขยายตัวได้ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกดี ขณะที่การลงทุนจะมีปัญหาจากการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนล่าช้า ทำให้มีโครงการรออนุมัติกว่า 56 แสนล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายงบลงทุนหายไป 30%
นายอิสระ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการธุรกิจ พบว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากสุด คือ ธุรกิจท่องเที่ยวมีการยกเลิกทัวร์จำนวนมาก นักท่องเที่ยวจากจีนลดลง 50% ญี่ปุ่น 40% เกาหลีใต้ 30% ยอดจองห้องพักลดลง25-30% ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบปานกลาง คือ อสังหาริมทรัพย์ การขนส่งสินค้าทางอากาศ
นายสมนึก บำรุงสาลี อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในเดือน ก.พ. พบว่ามีปริมาณลดลง การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินอยู่ที่ 20.8 ล้านลิตร/วัน ลดลง 5% เทียบกับเดือนก่อน การใช้กลุ่มแก๊สโซฮอล์รวม 19.5 ล้านลิตร/วัน ลดลง 4% ซึ่งลดลงทุกประเภท ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ อี85 ที่เพิ่มขึ้น 6% จากภาวะเศรษฐกิจ และประชาชนประหยัดการใช้จ่ายมากขึ้น
ด้านการใช้ก๊าซหุงต้มในเดือน ก.พ. อยู่ที่ 5.48 แสนตัน ลดลงจากเดือนก่อน 8% จากการประหยัดของภาคครัวเรือนที่ลดลง 12.9%
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์สำรวจความเห็นของผู้บริหารบริษัท 417 คน ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.–10 มี.ค. พบว่าดัชนีด้านเศรษฐกิจเดือน ก.พ. ติดลบ 39 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 สะท้อนถึงผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย และคาดว่าในเดือน มี.ค. ดัชนีจะติดลบ 41







