
"ทนายปู"ขอปปช.มอบหลักฐานคดีข้าวเพิ่ม
ทนาย ยิ่งลักษณ์ ขอ ปปช.มอบหลักฐานคดีข้าวเพิ่ม ระบุ ไม่เชื่อมีแค่ 49แผ่น จี้ ถ้าไม่มีเพิ่มก็ต้องห้ามเอาหลักฐานอื่นมากล่าวหา
ทนาย ยิ่งลักษณ์ ขอ ปปช.มอบหลักฐานคดีข้าวเพิ่ม ระบุ ไม่เชื่อมีแค่ 49แผ่น จี้ ถ้าไม่มีเพิ่มก็ต้องห้ามเอาหลักฐานอื่นมากล่าวหา
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นาย นรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อป.ป.ช.เพื่อขอตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมในสำนวนการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว
นายบัญชา กล่าวว่า มายื่นคำร้องต่อป.ป.ช.เพื่อขอคัดลอกพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีรับจำนำข้าว เพราะไม่เชื่อว่า ป.ป.ช.จะมีหลักฐานแค่ 49 แผ่นตามที่ทีมทนายความได้คัดลอกไปก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบของทีมทนายความพบว่า หลักฐาน 49 แผ่น บางส่วนยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เช่น คำอภิปรายไม่ไว้วางใจของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 25-27 พ.ย. 2555 และกระทู้ถามเรื่องผลการตรวจสอบการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) ของนพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตสส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีแค่ใบปะหน้าเท่านั้น แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย รวมถึงยังรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของหน่วยงานต่างๆอีกหลายรายการที่ป.ป.ช.ยังส่งมอบให้ไม่ครบถ้วน
นายบัญชากล่าวว่า ในการยื่นคำร้องขอคัดลอกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมครั้งนี้ ทีมทนายความได้ยื่นผังการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ผังขั้นตอนรับจำนำข้าว และผังขั้นตอนระบายข้าวให้คณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว(กขช.) อยู่ในระดับนโยบาย มีการมอบอำนาจหน้าที่ให้ฝ่ายปฏิบัติซึ่งประกอบด้วยคณะอนุกรรมการ กขช.ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากยื่นคำร้องไปเรียบร้อยแล้ว ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการป.ป.ช.จะพิจารณาให้คัดลอกหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่
"ยืนยันว่า ไม่ได้มาล้วงตับข้อมูลป.ป.ช. แค่มาขอข้อมูลที่ยังได้ไม่ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ของตัวผู้ถูกกล่าวหาในการสู้คดี ถ้าไม่ได้ข้อมูลก็คงต่อสู้คดีได้ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ หากป.ป.ช.ยืนยันว่า มีหลักฐานแค่ 49 แผ่น ขอให้ทำหนังสือยืนยันมาอย่างเป็นทางการว่า จะไม่นำหลักฐานอื่นนอกเหนือจาก 49 แผ่น มาพิจารณาในการชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี" นายบัญชากล่าว
นายบัญชา กล่าวอีดว่า ส่วนที่ป.ป.ช.ระบุว่า จะชี้มูลความผิดคดีนี้ได้ภายในเดือนเม.ย.นั้น เห็นว่า การเร่งรัดคดีไม่ใช่การอำนวยความยุติธรรม แต่ป.ป.ช.ควรเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้สู้คดีอย่างเต็มที่มากกว่า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทีมทนายความได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงแนวทางต่อสู้คดีให้นายกฯรับทราบ ซึ่งนายกฯบอกว่า ไม่หนักใจอะไร เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และไม่ได้กระทำความผิด ส่วนนายกฯจะมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตัวเองหรือส่งเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องรอดูว่า คณะกรรมการป.ป.ช.จะพิจารณาให้คัดลอกหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ จึงจะให้คำตอบได้







