
เพื่อไทยค้านศาลรธน.ใช้อำนาจวินิจฉัยเลือกตั้ง
พท.แถลงการณ์ค้านศาลรธน.วินิจฉัยเลือกตั้ง ฉะขยายขอบเขตอำนาจไม่สิ้นสุด สับองค์กรอิสระรวมหัวโค่นล้มประชาธิปไตยยังกั๊กท่าทีหากเลือกตั้งโมฆะ
พท.แถลงการณ์ค้านศาลรธน.วินิจฉัยเลือกตั้ง ฉะขยายขอบเขตอำนาจไม่สิ้นสุด สับองค์กรอิสระรวมหัวโค่นล้มประชาธิปไตยยังกั๊กท่าทีหากเลือกตั้งโมฆะ
ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค นำโดย นายโภคิน พลกุล นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายภูมิธรรม เวชยชัย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ร่วมกันแถลงการณ์คัดค้านการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็น กรณีนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อ.ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 ก.พ. 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย และคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น พรรคเพื่อไทยขอแถลงการณ์ว่า
1.ขอคัดค้านผู้ตรวจการแผ่นดินว่าไม่มีอำนาจที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เพราะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็ต่อเมื่อเห็นว่าบทบัญญัติใดของกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น กรณีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐ ธรรมนูญได้
2.เมื่อพิจารณาพฤติกรรมขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กร ชี้ให้เห็นว่าการใช้ทฤษฎีสมคบคิด เพื่อมุ่งล้มการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ตั้งแต่แรก
3.การล้มการเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกของคนในสังคมมากขึ้น เป็นการล้มล้างสิทธิของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
4.การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยเรื่องการเลือกตั้งโดยไม่มีอำนาจ นอกจากจะเป็นการไม่เคารพรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมแล้ว ยังเป็นการขยายเขตอำนาจของตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จะเกิดวิกฤตศรัทธาต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างร้ายแรง
5.พรรคเพื่อไทยยอมรับต่อการกระทำขององค์กรตามรัฐธรรมนูญเฉพาะที่อยู่ภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น จะไม่ยินยอมต่อการกระทำใดอันเป็นการนอกเหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
6.พรรคจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตย ที่เป็นของประชาชน ไม่ใช่อำนาจอธิปไตยที่เป็นของศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
7.การเลือกตั้งที่มีปัญหาเกิดจากการขัดขวางของกลุ่ม กปปส.และคนของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงการละเลยต่อหน้าที่ของกกต. ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ จะถือเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายของประเทศไทย และต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เพราะหากพรรคการเมืองใดรู้ว่าตนจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งก็จะออกมาขัดขวางการเลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา แล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
8.เหตุผลที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ว่าเรื่องการรับสมัคร 28 เขตเลือกตั้ง ที่ยังไม่สามารถทำได้ การเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่เที่ยงธรรม การเปลี่ยนสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบ หรือข้ออ้างที่ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ให้รอไปก่อน โดยที่ยังมีการเลือกตั้งไม่ครบถ้วนนั้น พรรคเห็นว่าปัญหาต่างๆ ดังกล่าว มีกฎหมายรองรับในการแก้ปัญหาได้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่า ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องดังกล่าว และถือเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ พรรคจึงขอคัดค้านการกระทำดังกล่าว โดยขอให้ กกต.ได้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็วต่อไป สำหรับการดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้เป็นไปอย่างลุกลี้ลุกลน มีพิรุธ เช่น การสั่งให้รัฐบาลทำคำชี้แจง ทั้ง ๆที่รัฐบาลไม่มีหน้าที่ และบังคับให้ต้องส่งคำชี้แจงมายังศาลภายในเวลา 16.30 น.ของวันจันทร์ที่ 17 มี.ค. 2557 ทั้ง ๆที่ส่งเอกสารให้รัฐบาลเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2557 และแม้รัฐบาลจะขอเลื่อนการชี้แจงออกไปถึง 17.00 น. ก็ไม่ยอม สรุปคือให้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเพื่อทำคำชี้แจง
ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการเคลื่อนไหวของ 6 องค์กรอิสระ เป็นเพียงฉากหนึ่งของขบวนการโค่นล้มประชาธิปไตย ซึ่งมีมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง จากการรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 เพียงแต่เปลี่ยนตัวเล่นให้ดูสมจริงสมจังมากขึ้นเท่านั้น จากพฤติกรรมและท่าทีของ 6 องค์กร ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกกต.นั้น เป็นที่น่าเคลือบแคลงเป็นอย่างมาก ผู้ที่ทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ทั้ง กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตและขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ กกต.กลับไม่ดำเนินการใด ๆเลย แต่กับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยซึ่งปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาของระบอบประชาธิปไตยและกฎหมายทุกประการ กลับถูกจ้องเล่นงาน และหาเรื่องโจมตีได้ทุกเรื่อง เหมือนจะเป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่อทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ เพื่อหาทางลงให้ กปปส. และเปิดทางให้พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง หรือทำให้เกิดสุญญากาศ เพื่อนำไปสู่การใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 หรือการรัฐประหารต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไร นายโภคินตอบว่า คงต้องมีการหารือกันต่อไป แต่ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมาเราก็เพียงแต่แสดงจุดยืนก่อนว่า สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังทำอยู่นั้นมันไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ทุกศาลเวลามีคนไปฟ้อง ก็จะส่งคำร้องให้อีกฝ่ายเพื่อทำคำให้การส่งกลับไปให้ศาล ซึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ก่อนหน้านี้นั้น ส.ส.และส.ว.ไม่ได้ทำคำให้การกลับไปก็เพราะเขาเห็นว่าสิ่งที่ศาลกำลังทำอยู่นั้นศาลไม่มีอำนาจ ดังนั้นอยากถามกลับด้วยว่า สมมติว่าถ้ามีคนเอาเรื่องที่ร้องต่อศาลไม่ได้ไปร้อง แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็รับเรื่องนั้นไว้ หรือหากศาลทำผิดกฎหมายเสียเอง แล้วพวกท่านจะทำอย่างไร คำวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กรนั้น ต้องเป็นคำวินิจฉัยโดยชอบใช่หรือไม่
ด้านพ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดว่าไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเองย่อมไม่มีผลผูกพันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 216 ซึ่งจะทำให้ไม่มีผลในทางปฏิบัติ







