
สงครามเย็น
ผลการประชามติในไครเมียปรากฏออกมาแล้ว ชาวไครเมียเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเห็นด้วยกับการย้ายกลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียอีกครั้ง ซึ่งความเคลื่อนไหวถือว่ามีความเสี่ยงสูงครับว่าอาจจะเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” สำหรับวิกฤตยูเครนที่อาจจะลุกลามกลายเป็นสนามรบได้
ผลการประชามติในไครเมียปรากฏออกมาแล้ว ชาวไครเมียเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเห็นด้วยกับการย้ายกลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียอีกครั้ง ซึ่งความเคลื่อนไหวถือว่ามีความเสี่ยงสูงครับว่าอาจจะเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” สำหรับวิกฤตยูเครนที่อาจจะลุกลามกลายเป็นสนามรบได้
แน่นอนว่ารัสเซียพี่ใหญ่นั้นมีท่าดีใจออกหน้าออกตา ถึงกับรัฐสภามีการออกเสียงโหวตมติเพื่อปูทางการรับไครเมียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียทันทีเมื่อวานนี้ พร้อมจะให้สิทธิพิเศษด้านภาษีกับไครเมียเป็นการตบรางวัลอีกด้วย
แต่สำหรับชาติตะวันตกที่มีสหรัฐและยุโรปเป็นหัวหอกนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ยินดีด้วย มีการประกาศไม่ยอมรับ ประชามติดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็นการทำประชามติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของยูเครน และจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อดำเนินการคว่ำบาตรรัสเซียต่อไป
พูดถึงการแบ่งแยกดินแดนในลักษณะนี้ ต้องบอกว่า ไม่ใช่ครั้งแรกในโลกที่เกิดการแบ่งแยกดินแดนที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคนภายในดินแดนนั้นๆ
สหรัฐและโลกตะวันตกต้องยอมรับว่า ในไครเมียนั้นแท้จริงก็เป็นประชากรรัสเซียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเคยเป็นของโซเวียตมาก่อน ซึ่งนอกเหนือจากไครเมียแล้ว ยูเครนฝั่งตะวันออกส่วนใหญ่ก็พูดภาษารัสเซีย
ดังนั้น ความเสี่ยงที่ยูเครนจะแตกออกไปเป็นยูเครนตะวันออกและยูเครนตะวันตกนั้นมีสูงมาก ถ้ายูเครนและกลุ่มมหาอำนาจตะวันตกยอมปล่อยให้ไครเมียกลับไปเป็นของรัสเซีย
กรณีของไครเมียก็ดูไม่แตกต่างจากกรณีของยูโกสลาเวีย ที่แตกออกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อย เพราะคนในชาตินั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนของเชื้อชาติประชากร ศาสนา รวมไปถึงสถานะเศรษฐกิจ
เหมือนกับที่มาเลเซียเตะสิงคโปร์ออกไปจากการเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมาลายา ก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่ในสิงคโปร์เป็นชาวจีนไม่ใช่คนมาเลย์นั่นล่ะครับ
กระนั้นก็ตาม สำหรับกรณีไครเมียนั้น ต้องบอกว่าเพราะตะวันตกและสหรัฐกำลังหวังผลประโยชน์ในไครเมีย ในฐานะที่เป็นฐานทัพของรัสเซียในทะเลดำ ซึ่งถ้าหากตะวันตกสามารถแผ่อิทธิพลลงสู่ทะเลดำได้ ก็เท่ากับว่าเป็นการปิดล้อมรัสเซียแบบกลายๆ แล้ว
ไหนจะยูเครนทั้งประเทศที่มีพรมแดนติดกับรัสเซียหลายพันกิโลเมตร ถ้าตะวันตกขยายอิทธิพลครอบคลุมยูเครนได้ทั้งหมด รัสเซียก็คงอยู่ไม่เป็นสุขนักครับ
ใครว่าสงครามเย็นยุติลงไปแล้วนับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายไปเมื่อต้นทศวรรษ 90 นั้นต้องบอกว่าไม่จริงครับ มหาอำนาจทั้งสองฝั่งยังไม่มีความไว้ใจซึ่งกันและกันมาโดยตลอด เห็นได้จากวิกฤตในไครเมียในครั้งนี้ที่ ไครเมียมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นสมรภูมิแบบในคาบสมุทรเกาหลีหรือเวียดนาม เพียงแต่ในยุคสมัยใหม่นี้อาจจะไม่มีการใช้กำลังปะทะกันโดยตรง
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การกระทบกระทั่งกันระหว่างรัสเซียและโลกตะวันตกเกิดขึ้นบ่อยครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่สหรัฐพยายามติดตั้งระบบโล่ขีปนาวุธในยุโรปตะวันออกในสมัยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซียอย่างที่สุด รวมไปถึงวิกฤตในซีเรียและอิหร่าน ที่มหาอำนาจทั้งสองฝั่งก็คัดง้างกันมาตลอด
ผีสงครามเย็นไม่เคยหายไปไหนครับ







