posttoday

สุเทพไม่ส่งชื่อคนกลางเจรจาชี้เป็นไปไม่ได้

17 มีนาคม 2557

สุเทพไม่ส่งชื่อคนกลางเจรจาตามองค์กรอิสระขอ ชี้เป็นไปไม่ได้ เพราะฝ่ายยิ่งลักษณ์-ทักษิณไม่พูดคุยจนกว่าจะแพ้หมดรูป

สุเทพไม่ส่งชื่อคนกลางเจรจาตามองค์กรอิสระขอ ชี้เป็นไปไม่ได้ เพราะฝ่ายยิ่งลักษณ์-ทักษิณไม่พูดคุยจนกว่าจะแพ้หมดรูป

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. เวลา 20.00น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินีงว่า ตามที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 6 องค์กรเสนอให้ กปปส. และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เสนอรายชื่อบุคคลเพื่อเป็นคนกลางในการเจรจา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าจะไม่เป็นฝ่ายเสนอก่อน และจะขอรอดูท่าทีของกปปส.ก่อนนั้น ขอตอบเลยว่าไม่ต้องรอ เพราะว่าไม่เสนออยู่แล้ว

"ขอแจ้งไปถึงบรรดาผู้นำองค์กรอิสระว่า ขออย่าได้คิดว่า ผมตัดไมตรี หรือไม่ร่วมมือ แต่ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่สามารถหาคนกลางมาเจรจาระหว่างยิ่งลักษณ์กับมวลมหาประชาชนได้ อย่าพยายามให้เหนื่อยยากมันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าโดยความเป็นจริง ยิ่งลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ หวงอำนาจ และไม่มีวันยอมปล่อยอำนาจ อย่าไปเสียเวลาเจรจาเลย เพราะสิ่งที่เขาคิดคือจะยึดครองประเทศไทยต่อไป และพวกเขาคงสู้ทุกวิถีทาง ไม่ว่าถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย จนกระทั่งเมื่อแพ้แล้วถึงจะมาขอเจรจา"นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวอีกว่า ขอให้องค์กริสระทั้งหลายอย่าได้ไปเหน็ดเหนื่อยเพื่อหวังให้มีการเจรจา เพราะข้อเสนอที่ยิ่งลักษณ์จะนำมาเสนอในการเจรจาเป็นข้อเสนอที่มวลมหาประชชนยอมรับไม่ได้ เชื่อว่าข้อเสนอของฝ่ายยิ่งลักษณ์จะมี 1. ขอให้พ.ต.ท.ทักษิณไม่ติดคุกตามคำพิาพกษาศาล 2.ขอให้คืนเงิน 4.6 หมื่นล้านให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ และ 3.เลือกตั้งก่อนค่อยมาปฏิรูป ซึ่งมวลมหาประชาชนไม่เอา

"ผมเห็นใจผู้นำองค์กรอิสระ และเกรงใจมาก แต่ท่านก็เห็นนิสัยของคุณยิ่งลักษณ์แล้ว ไม่มีทางจะยอมพูดคุยกับใครจนกว่าจะแพ้หมดรูป เมื่อนั้นล่ะเขาจะมาอ้อนวอน"นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวว่า วันนี้จะมาให้ยาเบาๆคงไม่ได้ ต้องผ่าตัดแล้ว ต้องเอาออกไปให้หมด ไม่อย่างนั้นประเทศไทยไม่มีวันสงบสุขได้ การพูดจาของคนในรัฐบาลแต่ละคนเป็นการพูดจาข่มขู่คนทั้งประเทศ เช่น การบอกว่าเมื่อไหรที่ป.ป.ช.ชี้มูลว่ายิ่งลักษณ์ มีความผิดจากคดีจำนำข้าวเมื่อไหรจะมีการก่อเหตุร้ายทันที หรือ การตั้งกองกำลังติดอาวุธไว้สู้กับทหาร เป็นต้น

ทั้งนี้เหตุการณ์ปี 2552 ไม่มีคนเสื้อแดงเสียชีวิตแม้แต่คนเดียวตามที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นนายจตุพรและแกนนำนปช.คนอื่นพยายามบิดเบือนให้คนต่างจังหวัดเข้าใจว่ามีคนเสื้อแดงตายจนทหารต้องลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ ต่อมาในแหตุการณ์ปี 2553 ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในวันที่10 เม.ย.โดยกองกำลังชายชุดดำได้ยิงใส่ทหารเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เห็นว่าเกิดสงครามกลางเมือง หลังจากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงมาตั้งเวทีราชประสงค์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่เคยเข้าไปสลายการชุมนุมนอกจากตั้งด่านเท่านั้น แต่ในช่วงดึกมีกองกำลังเข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่จนเกิดการต่อสู้บาดเจ็บล้มตาย

“ผมกับทหารมีความเคารพกันดี ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง แม้ผมจะเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่ผมก็ให้เกียรติพวกเขา เราเป็นรัฐบาลมีหน้าที่รักษาบ้านเมืองไม่ให้พวกผู้ร้ายยึดบ้านยึดเมือง สถานการณ์นั้นใช้ตำรวจไม่ได้ ถ้าทหารจะยึดอำนาจก็คงยึดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเพราะเวลานั้นเกิดกลียุค แต่เขาไม่ทำ เขาช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหา พอเสร็จสิ้นก็กลับกรมกอง ผมไม่เข้าไปก้าวก่ายกองทัพอีกเลยทั้งการตั้งงบประมาณและการแต่งตั้งโยกย้าย ผมไม่เคยดึงพวกเขามายุ่งการเมือง การเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ทหารก็เป็นเรื่องของทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็วางตัวได้ดีมาตลอด”นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ขอให้ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ให้ไตร่ตรองพิจารณาก็จะเห็นชัดเจนว่า คนในระบิบทักษิณไม่ได้คิดดีกับประเทศ จ้องที่จะทำร้ายกับประเทศทุกอย่าง และสมคบกัน ขอให้เลิกทำงานให้ระบอบทักษิณ ขอให้ออกมาร่วมกับประชาชน อำนาจอธิปไตยก็จะกลับมาอยู่ในมือประชาชน จากนั้นจะได้เดินหน้าปฏิรูป เพราะยิ่งปล่อยไว้นานฝ่ายระบอบทักษิณจะยิ่งก่อเหตุร้ายมากขึ้น

"กราบเรียนข้าราชการทุกฝ่ายให้ใช้สติพิจารณาข้อเท็จจริง พวกผมมวลมหาประชาชนก็จะยืนหยัดต่อสู้ต่อไปไม่ได้หวั่นเกรงใดๆ และจะต้องต่อสู้จนกว่าจะขจัดระบอบทักษิณให้สิ้นอำนาจจากประเทศไทยให้ได้"นายสุเทพกล่าว

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?