
ธาริตสั่งไม่ฟ้อง2ผู้ต้องหาคดีโกงแชร์สหกรณ์
ธาริตมีคำสั่งไม่ฟ้อง อดีตผู้ช่วยรมว.คลัง-ประธานบริษัทรัฐประชาในข้อหาโกงแชร์สหกรณ์เครดิตยูเนียน 1.2 หมื่นล้าน ชี้หลักฐานไม่เพียงพอ
ธาริตมีคำสั่งไม่ฟ้อง อดีตผู้ช่วยรมว.คลัง-ประธานบริษัทรัฐประชาในข้อหาโกงแชร์สหกรณ์เครดิตยูเนียน 1.2 หมื่นล้าน ชี้หลักฐานไม่เพียงพอ
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายกิตติก้อง คณาจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น และพวกร่วมกันยักยอกทรัพย์กว่า 12,000 ล้านบาทว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอได้เซ็นคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. โดยเป็นการสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 4ราย ประกอบด้วย 1.นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น2. น.ส.ศรันยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการฝ่ายการเงิน 3. นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการสหกรณ์ และ4.นายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อ
ขณะที่ ผู้ต้องหาอีก 2 รายคือ นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ ประธานบริษัท รัฐประชา และนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีตผู้ช่วยรมว.กระทรวงการคลัง(นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) นายธาริตมีคำสั่งไม่ฟ้อง อ้างว่าพยานหลักฐานยังไม่สามารถรับฟังได้ว่าเกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์
นอกจากนี้จากการสอบสวนอดีตคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯไม่ได้ให้การซักทอดบุคคลทั้งสอง ทำให้พยานหลักฐานไม่เพียงพอในการฟ้องร้องต่ออัยการส่วนกรณีตรวจสอบพบว่ามีการนำเงินจำนวนมากที่ยักยอกไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกายนั้น ผลการสอบสวนไม่สามารถเอาผิดได้เพราะเป็นการบริจาคเป็นสาธารณะกุศล
ด้าน นายธาริต กล่าวว่า กรณีที่สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 รายทั้งที่มีการแจ้งข้อหาในชั้นสอบสวน เนื่องจากเห็นว่าทั้ง 2 คนไม่มีเจตนาในการกระทำผิด เนื่องจากการหาสมาชิกและได้รับค่าคอมมิชชั่นนั้นเป็นการกระทำโดยเปิดเผย ถือว่าทั้งสองได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นไปด้วยความสุจริต
เมื่อถามว่าการเสนอผลประโยชน์จำนวนมากถึงร้อยละ 10 ของยอดเงินฝากที่หาได้ซึ่งเป็นค่าตอบแทนสูงถือว่าเป็นพิรุธว่าอาจรู้เห็นด้วยหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวหากจะมีความผิดก็คงต้องอยู่ในความรับผิดชอบของนายศุภชัยที่เป็นบุคคลภายในไม่ใช่บุคคลทั้ง 2 ที่เป็นบุคคลภายนอก เมื่อพิจารณาเจตนาทางอาญาแล้วเห็นว่าไม่เพียงพอ ตนพิจารณาแล้วก็เห็นพ้องด้วย
ทั้งนี้คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2556 นายปฎิพันธ์ จันทรภูติ อดีตที่ปรึกษาสหกรณ์ฯได้นำตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯเข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอเพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมนายศุภชัย กับพวก เนื่องจากพบการเบิกจ่ายเงินผิดปกติเข้าข่ายขัดกับข้อบังคับของสหกรณ์ระหว่างปี 2552-2555 โดยเหตุเกิดในช่วงที่นายศุภชัยดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์สมัยที่ 27 ต่อมามีการเข้าไปตรวจสอบเอกสารที่ทำการสหกรณ์พร้อมสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับนายศุภชัยและพวก พร้อมอายัดทรัพย์ส่วนหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่ถูกดำเนินคดีอธิบกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งปลดคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ดีเอสไอใช้เวลาสอบสวนคดีนานกว่า 7 เดือนจึงมีคำสั่งฟ้องต่ออัยการไปเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ปปง. ได้มีคำสั่งยึดทรัพย์นายศุภชัยและพวกตั้งแต่เดือนก.ย2556 จำนวน 227 ล้านบาท ต่อมาได้มีคำสั่งยึดทรัพย์เติมอีก หลังที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมมีมติเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 แบ่งเป็น 2 คำสั่ง คือ โดยคำสั่งที่ ย. 6/2557 ยึดทรัพย์ 2 รายการ ได้แก่ หุ้นในบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำนวน 5 ล้านหุ้น โดยนายบรรลือ กองชัย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และตั๋วแลกเงินธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 573167 มียอดเงินคงเหลือประมาณ 32 ล้านบาท ที่บริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์







