posttoday
2 ล้านล้าน กฏหมายตก-โอกาสหลุดลอย

2 ล้านล้าน กฏหมายตก-โอกาสหลุดลอย

17 มีนาคม 2557

พลันที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดี ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ออกมาว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เป็นไปตามคาดครับ คือมีทั้งเสียงสรรเสริญและโจมตี

พลันที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดี ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ออกมาว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เป็นไปตามคาดครับ คือมีทั้งเสียงสรรเสริญและโจมตี

เท่าที่จับความได้ เสียงสรรเสริญเป็นไปในทางโล่งอกที่ประเทศไม่ต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่อีก 50 ปี ไม่ต้องลำบากลูกหลาน ส่วนเสียงโจมตีมีทิศทางเดียวกันว่า ประเทศเสียโอกาสในการพัฒนา

เสียงที่โจมตีก็แน่นอนครับ มาจากฟากฝั่งรัฐบาล ตั้งแต่หัวหน้ายันขี้ข้าที่ดาหน้าออกมาโวยวาย คนที่ไม่รู้กฎหมายก็ออกแนวเสียดายรถไฟความเร็วสูง พวกนักกฎหมายก็เกาะกระแสกับเขาด้วย อ้างข้อกฎหมายนิดหน่อยพอไม่ให้เสียหน้า แต่ไม่ได้ดูเนื้อหาสาระว่า เหตุผลในคำวินิจฉัยคืออะไร

เป็นนักกฎหมายทั้งคอก เริ่มตั้งแต่ระดับดอกเตอร์ฝรั่งเศส นักเรียนทุนคนอกตัญญูที่สู้หมาไม่ได้ เศษเดนจากตุลาการ คนที่มีวันนี้เพราะพ่อตาย และพวกชอบลืมถุงขนม คนเหล่านี้รีบออกตัวแสดงความเห็นเหมือนผีขอส่วนบุญ กลัวจะไม่เข้าตานายใหญ่ แข่งกันทำผลงาน

ไม่รู้เป็นพวกหน้าตาขี้เหร่ตามที่นักโทษหนีคดีรำพึงรำพันไว้หรือเปล่า

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการสร้างรถไฟความเร็วสูงเลย รัฐบาลอยากจะสร้างก็สร้างไป จะสร้างแบบความเร็วสูงหรือจะเอาแบบรถไฟเหาะตีลังกาไปถึงเชียงใหม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการท่านไม่ได้ขัดขวางรถไฟความเร็วสูง ท่านเองก็ชอบให้บ้านเมืองเราเจริญ ถ้าประเทศเรามีความพร้อมที่จะมีรถไฟความเร็วสูงไปทั่วประเทศ ย่อมเป็นสิ่งที่ดี ไม่มีใครขัดขวาง

ประเด็นที่ศาลท่านวินิจฉัย คือ การร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ทั้งกระบวนการร่างและเนื้อหา ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ขอย้ำชัดๆ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยว่า กฎหมายให้กู้เงินฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยไม่เกี่ยวกับการนำเงินกู้ไปใช้ จะไปสร้างรถไฟความเร็วสูง ไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล หรือจะเอาไปลงทุนปลูกผักปลูกหญ้าเลี้ยงควาย ถ้ากฎหมายกู้เงินขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลท่านก็ต้องวินิจฉัยอย่างนี้

ถามว่า ร่างกฎหมายนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างไร

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญกับกรอบวินัยการเงินการคลัง จึงได้บัญญัติหมวด 8 ว่าด้วยการเงิน การคลัง และงบประมาณขึ้นเป็นครั้งแรก เหตุผลที่ต้องกำหนดกรอบวินัยการเงินการคลัง ก็เพื่อให้การใช้เงินแผ่นดินของประเทศนี้จะใช้ตามอำเภอใจไม่ได้ การใช้จ่ายเงินแผ่นดินจะต้องอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง

กรอบวินัยการเงินการคลังก็คือกฎเกณฑ์การใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ที่กำหนดให้ต้องโปร่งใส ต้องเสนอรายละเอียดผ่านสภา สามารถตรวจสอบได้ หากเป็นเงินกู้ก็ต้องอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปจนทำให้ประเทศขาดความน่าเชื่อถือ สรุปง่ายๆ คือ ต้องไม่สร้างหนี้จนเกินตัว จนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ประเทศชาติจะเข้าสู่วิกฤตจนล้มละลายได้เหมือนบุคคลธรรมดา

โลกยุคปัจจุบันไม่ได้ต่อสู้กันด้วยอาวุธ แต่ต่อสู้กันทางเศรษฐกิจ เมืองขึ้นในยุคปัจจุบันคือเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ ประเทศที่ล่มสลายเป็นประเทศที่มีหนี้ล้นพ้นตัว สาเหตุก็มาจากรัฐบาลใช้จ่ายเงินเกินตัว ไม่อยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยส่วนใหญ่ก็นำไปใช้ในโครงการประชานิยม

ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยคดีนี้ 2 ประเด็นหลัก คือ กระบวนการร่างชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเนื้อหาของร่างกฎหมายนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหมวด 8 ว่าด้วยการเงินการคลังและงบประมาณหรือไม่ ไม่มีประเด็นเรื่องควรจะสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือไม่

ประเด็นกระบวนร่างกฎหมายนี้ชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงก็ทราบกันดีว่า มีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันโดย สส.ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมาย ทุจริตต่อหน้าที่ ชาวบ้านเรียกว่า ขี้โกง คือโกงคะแนนเสียง มติที่ลงโดยทุจริตจึงใช้ไม่ได้ แต่นักกฎหมายขี้ข้าจะดาหน้าออกมาโวยวายว่าให้คะแนนเสียงเสียไปเฉพาะที่จับได้

เหตุผลอย่างนี้เป็นเหตุผลของพวกที่มีสันดานขี้โกง เป็นเหตุผลที่ส่งเสริมให้คนโกง เพราะถ้าจับได้ก็หักเสียงที่ถูกจับได้ แต่ถ้าจับไม่ได้ก็หวานคอแร้ง คนก็มุ่งที่จะทุจริต ขี้โกงต่อไป ไม่รู้คนพวกนี้ใช้อวัยวะส่วนใดคิด

สำหรับประเด็นเนื้อหาของร่างกฎหมายกู้2 ล้านล้านบาท ศาลท่านเห็นตรงกันด้วยเสียง9 : 0 ว่า เนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ คือ ไม่อยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง สรุปง่ายๆ ว่า

1.รัฐบาลจะขอกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท โดยไม่มีรายละเอียดของโครงการให้สภาตรวจสอบ รัฐบาลใช้จ่ายเงินได้ตามอำเภอใจ แล้วรายงานให้สภารับทราบเท่านั้น ตรวจสอบรายละเอียดการใช้จ่ายเงินไม่ได้เลย อันเป็นการขัดกับหลักพื้นฐานของกรอบวินัยการเงินการคลังที่ต้องมีการตรวจสอบโดยสภา

2.รถไฟความเร็วสูงที่วิ่ง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเป็นเส้นทางตรง คือตรงเป็นไม้บรรทัด คนที่ได้ดีเพราะพ่อตายก็น่าจะรู้เพราะเคยไปถ่ายรูปมาแล้ว แต่เรายังไม่ได้ศึกษาเลยว่า ทางรถไฟของเราจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ เส้นทางตรงเป็นไม้บรรทัดจะมีกี่กิโล ถ้าเลี้ยวไปเลี้ยวมา รถไฟทำความเร็วไม่ได้ แม้จะสามารถวิ่งได้ 200 กม.ต่อชั่วโมง เอาเข้าจริงก็คงวิ่งได้ 100120 กม.ต่อชั่วโมง

3.โครงการจะใช้เงินต่อเนื่องกันไป 7 ปี โดยสภาพจึงไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายให้มีสิทธิใช้เงินเป็นพิเศษ สามารถกู้เงินผ่านกฎหมายงบประมาณตามปกติได้ ซึ่งรัฐมนตรีชัชชาติ (คนที่แยกดีชั่วไม่ออก ต้องถามประชาชน) ได้บอกว่า แม้กู้ไม่ได้ก็จะทำโครงการต่อ โดยใช้กระบวนการตามกฎหมายงบประมาณปกติ

แล้วทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก หรือว่าตั้งค่าที่ปรึกษาในโครงการไว้ 6 หมื่นล้านบาท เพื่อจะได้คอร์รัปชั่นโดยมีใบเสร็จ

4.ยังมีอีกหลายประเด็น แต่เนื้อที่หมดจึงขอประเด็นสุดท้ายที่นักกฎหมายเศษฝรั่งเดนตุลาการ บอกว่า เงินกู้ไม่ใช่เงินแผ่นดิน ก็ต้องถามว่า แล้วเป็นเงินอะไร นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ทุกคนเห็นตรงกันว่า เป็นเงินแผ่นดิน เพราะเมื่อต้องใช้คืน ต้องใช้จากเงินงบประมาณแผ่นดิน เงินภาษีอากรของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าอยากจะใช้ตามอำเภอใจ ทำไมไม่ไปเอาเงินจากนักโทษหนีคุกไปจ่ายคืน

5.อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่เขียนถึงไม่ได้ คือ การกล่าวหาว่า ทำไมโครงการไทยเข้มแข็งของประชาธิปัตย์จึงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องบอกว่า เพราะเป็นโครงการเร่งด่วนเหมือนโครงการ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลนี้ที่ต้องการแก้ปัญหาน้ำท่วม ทั้งสองกรณีเป็นพระราชกำหนด เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วน ศาลท่านได้แยกว่าเป็นรัฐบาลของพรรคไหน ทำไมพูดถึงแต่ไทยเข้มแข็งไม่พูดถึงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งประเด็นนี้ก็ยังมีรายละเอียดอีกมากที่แตกต่างกัน

ความเห็นสุดยอดจริงๆ ต้องยกให้คุณปูแดงที่ตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตา ที่ให้ดูเจตนาอย่าใช้กฎหมาย แต่มีผู้คนพูดถึงมากแล้ว ขอเป็นคนนี้ดีกว่าครับ ดร.พิชัย นริพทะพันธุ์ คนที่เคยบอกว่าโครงการรับจำนำข้าว รัฐบาลจะทำกำไรได้มหาศาล มาวันนี้หดหัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ลองไปเปิดคลิปตอนหาเสียงดูก็จะรู้ภูมิปัญญาของดร.คนนี้ว่า มีฝีมือแค่ไหน

มาวันนี้ ออกมาส่งเสียงคงต้องการให้นักโทษหนีคดีได้ยินว่า ศาลถ่วงความเจริญ

แกพูดจริงครับแต่พูดไม่หมด ถ้าจะพูดให้ครบต้องบอกว่า

ศาลถ่วงความเจริญของพวกโกงชาติโกงแผ่นดินกินบ้านกินเมือง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท