
กำเนิดกระทรวงการต่างประเทศ (จบ)
หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วผมได้เล่าเกี่ยวกับพัฒนาการของกระทรวงต่างประเทศในฝรั่งเศสไปแล้ว สัปดาห์นี้ผมขอเล่าถึงการพัฒนาของกระทรวงต่างประเทศในระดับโลก
หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วผมได้เล่าเกี่ยวกับพัฒนาการของกระทรวงต่างประเทศในฝรั่งเศสไปแล้ว สัปดาห์นี้ผมขอเล่าถึงการพัฒนาของกระทรวงต่างประเทศในระดับโลก
ฝรั่งเศสได้วางระบบทางการทูตไว้เป็นแบบแผนและเป็นต้นแบบให้อีกหลายประเทศในยุโรปปฏิบัติตามกัน โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 อังกฤษตั้งกระทรวงต่างประเทศเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1782 ขณะที่สหรัฐตั้งกระทรวงต่างประเทศใน ค.ศ. 1789 ส่วนในเอเชียอย่างประเทศจีนและญี่ปุ่น เริ่มมีกระทรวงการต่างประเทศเกิดขึ้นประมาณช่วงกลางของศตวรรษที่ 19
ช่วงศตวรรษที่ 19 จึงถือว่าเป็นยุคทองของกระทรวงต่างประเทศ โดยมีการจัดระบบและระเบียบบริหารงานอย่างเป็นแบบแผนชัดเจน โดยมีจัดตั้งกรม กอง และหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งมีการจ้างเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานประจำ ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้ความดูแลของรัฐมนตรีต่างประเทศ
อำนาจที่แท้จริงของรัฐมนตรีต่างประเทศตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 เรื่อยมาจนถึงศตวรรษที่ 19 ยังคงปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทว่ามักถูกแทรกแซงจากระดับผู้นำประเทศเสมอ ไม่ว่าจะเป็นโดยกษัตริย์ ประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรีก็ตาม โดยขึ้นอยู่กับระดับพัฒนาการทางการเมืองของแต่ละประเทศ
ในระดับภูมิภาค อำนาจของรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศที่เจริญแล้วมักจะมากกว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา โดยประเทศเหล่านี้การกำหนดนโยบายต่างประเทศมักจะกระทำโดยผู้นำสูงสุด เช่น นายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี โดย รมต.ต่างประเทศ และข้าราชการกระทรวงต่างประเทศเป็นเพียงเครื่องมือที่นำนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติเท่านั้น
ในอดีตที่ผ่านมา การทำงานทางการทูตแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) งานด้านการเมืองหรืองานทางการทูต (Diplomatic Service) ซึ่งถือว่าเป็นงานที่มีเกียรติสูงสุด ซึ่งดำเนินการโดยคณะผู้แทนทางการทูตซึ่งไปประจำอยู่ตามเมืองหลวง และ 2) งานด้านการกงสุล (Consular Service) ซึ่งเกี่ยวกับงานเศรษฐกิจการค้า มักได้รับเกียรติน้อยกว่างานทางการทูตหรือการเมือง โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการกงสุลในอดีตมักถูกส่งไปประจำตามหัวเมืองรวมถึงเมืองท่าด้วย
จากประวัติศาสตร์การทูตจะพบว่า หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศจะประกอบไปด้วย 1) การรับสมัครและคัดสรรเจ้าหน้าที่การทูต 2) ให้คำแนะนำแก่ฝ่ายการเมืองด้านนโยบายต่างประเทศและการนำนโยบายไปปฏิบัติ 3) การประสานนโยบายด้านการต่างประเทศกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4) การให้การดูแลและประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คณะผู้แทนทางการทูตจากต่างประเทศที่มาประจำอยู่ในประเทศของตนเอง 5) การดำเนินการทางการทูตสาธารณะกับทุกหน่วยงานในประเทศ และ 6) การสร้างแรงสนับสนุนจากหน่วยงานและประชาชนภายในประเทศของตนเอง







